7 วิธีเจรจาต่อรอง เมื่อเกิดความขัดแย้งในการเจรจา

หมวด: 
บริหารธุรกิจ
รายละเอียด: 

1. เริ่มพูดด้วยการชมนิดชมหน่อยก่อนเข้าเรื่อง

เรื่องราวที่คุณต้องการจะสนทนา พูดคุยปรึกษาหารือ แล้วรู้อยู่แก่ใจว่าเรื่องที่จะเล่านั้นค่อนข้างซีเรียสหรือเรื่องราวคอขาดบาดตาย คุณต้องควบคุมสถานการณ์ของผู้ที่จะเริ่มต้นเจรจาเพื่อลดความตึงเครียดหรือการถกเถียงจากอีกฝ่ายโดยไม่จำเป็น การชมก็ซึ่งหมายถึงการเอ่ยปากชม การฟังอย่างตั้งใจจริงใจ ให้เกียรติและเห็นใจอีกฝ่ายก่อนจะเริ่มพูดถึงเหตุผลของตัวคุณ เปรียบเสมือนว่าคุณใช้ครีมโกนหนวดที่ช่วยให้การโกนหนวดของคุณนุ่มนวล เกลี้ยงเกลา ไม่ระคายเคืองผิวนั่นเอง ลองใช้ดูแล้วลองย้อนกลับมาคิดเลยว่า “คุณชมใครในแต่ละวันแล้วได้คำชมกลับมากี่ครั้ง”

2. อย่าจู่โจมการเป็นส่วนตัวของผู้อื่น

จิตใจของแต่ละคนคือความส่วนตัว บางคนมีเล็กน้อยคับแคบ บางคนมีกว้างใหญ่แตกต่างกันไป ปัจจัยจากอายุ สุขภาพ สิ่งแวดล้อธรรมชาติรอบข้าง การเลี้ยงดู สติปัญญา  เพราะฉะนั้นเราควรมีระยะห่างให้เพียงพอ พร้อมกับควบคุมความแปรปรวนของอาการต่างๆ ที่แสดงทางสีหน้าหรือท่าทางตลอดเวลา อาการเหล่านี้บางทีมันออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจและไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ ลองคิดง่ายๆ ปลูกต้นไม้ข้างบ้านแล้วกิ่งไม้เลยไปเขตของเพื่อนบ้าน หรือโต๊ะทำงานของเราที่ข้าวของเลยข้ามไปยังโต๊ะของเพื่อนร่วมงาน เราไม่อาจรู้ได้ว่าเขาจะรู้สึกกับเราอย่างไร 

3. ความสงบ เป็นองค์ประกอบสำคัญ

สิ่งที่ต้องมีและจะต้องลองพยายามคือการสังเกตอารมณ์ของตัวเองและคู่สนทนา จิตใจใครนิ่งกว่าหรือคิดสร้างสรรค์ได้เร็ว แล่นปรู๊ดปราด ก็อาจจะปิดการสนทนาหรือปัญหาต่างๆได้ไม่ยาก แต่ตรงข้ามถ้าหากใจไม่นิ่งพอ ตื่นเต้น กังวลเกินไป ก็ไม่ควรที่จะมานั่งสนทนาพูดคุยเพื่อแก้ปัญหา เพราะมันไม่จบและกินเวลาค่อนข้างยาวนาน

      

4. กำหนดทิศทาง สร้างบทบาทให้เหมาะสม

คุณต้องนึกถึงจุดยืดของคุณเสมอและกำหนดความต้องการของคุณให้เห็นชัดเจน เช่น ตัวคุณเองเป็นมือโปรที่เชี่ยวชาญเก่งกาจ สาขางานนั้นๆ ซึ่งเป็นคนรู้รอบด้านทุกจุด แต่คุณต้องไปคุยกับคู่สนทนาเป็นเด็กอ่อนกว่า ทั้งประสบการณ์ อายุ การสร้างสรรค์หรือการใช้คำพูดคำจา การสนทนาที่คิดว่าเป็นการเกลี้ยกล่อมกัน ก็กลายเป็นการสั่งสอน บังคับ เป็นต้น นั่นจะเป็นบ่อเกิดแห่งการต่อต้านย่อมๆ การปกป้องตัวเองแล้วมุ่งสู่เหตุทะเลาวิวาทภายหลังได้ อาจเสี่ยงต่อการขัดแย้งตามมาได้ ฉะนั้นการคุยกับคนต่างวัยไม่ใช่เรื่องง่ายๆ คุณเองเป็นผู้กำหนดจุดยืนและบทบาทนั้นให้ได้

5. ยอมเปลี่ยนความคิดตามเหตุผลที่ดีกว่า

เมื่อมีการถกเถียงเจรจากันแล้ว โดยมีเหตุผลที่สมควรเป็นตัวตัดสินแล้ว คุณก็ต้องเตรียมพร้อมจะเสนอความคิดของคุณและพร้อมจะเปลี่ยนความคิดด้วย การยอมคล้อยตามที่อ้างอิงเหตุผลที่ชัดเจนก็ย่อมดีกว่าอยู่แล้ว ไม่ได้แปลว่าเรายอมแล้วใครจะบอกว่าเรากระจอก อ่อนแอขี้แพ้ซะที่ไหน คงไม่ยอมเป็นอัมพาตทางความคิดใช่ไหม มีแต่คนโง่และคนตายนั่นละครับที่ไม่ยอมเปลี่ยนความคิด

6. อย่าผูกมัดตัวเองและอย่าพูดว่าไม่มีทาง

โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอน ทุกอย่างล้วนเปลี่ยนแปลงเสมอ การที่จะเถียงเรื่องอะไรกันไม่ว่าเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ ต้องนึกเสมอว่าเวลาถกเถียงอะไรกัน อย่านำความจริงที่ผ่านการพิสูจน์แล้วไปปะปนกับความคิดเห็นหรือข้อสมมติ อย่าปิดการสนทนาโต้แย้งโดยจบประโยคด้วยเครื่องหมายคำถาม ควรจะใช้ว่า “คิดว่า” แทนบ่อยๆ

7. การโต้แย้งไม่จำเป็นมีคนแพ้

คนสมัยนี้มุ่งมั่นจะประสบความสำเร็จให้ได้ ไม่ว่าจะได้มาด้วยความลำบาก ยอมทิ้งธงขาวไว้ด้านหลัง การโต้แย้งสนทนาก็เช่นกัน หากวันนี้สิ่งที่เห็นด้วยมันถูกต้อง แต่ภายภาคหน้าอาจจะเป็นต้นเหตุความผิดก็ได้ เราไม่ควรคิดแต่เรื่องเอาชนะผู้อื่น ควรคิดถึงการร่วมมือกันมากกว่า คนแพ้ไม่ควรมีในการเจรจาสนทนา

 

ติดตามบทความ สาระความรู้ด้านบัญชี ภาษี การเงิน หลักสูตรอบรมที่หลากหลาย และ application ช่วยในการทำธุรกิจที่โดนใจ ใช้ประโยชน์ได้จริงที่

คอร์สอบรมออนไลน์ คลิ๊ก : http://www.bis-online.com