5 เรื่องน่ารู้ของสินเชื่อเพื่อผู้สูงวัย

หมวด: 
บัญชีและภาษี
รายละเอียด: 

นานๆ จะได้เห็นนวัตกรรมสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยซะที โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นสินเชื่อที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สูงวัยอย่างมาก แต่ไม่ใช่สินเชื่อเพื่อไปซื้อบ้าน หรือคอนโดฯ สำหรับที่จะให้ผู้สูงวัยมาพักอาศัย และมีการดูแลเอาใจใส่อย่างล้นเหลือ แต่อาจจะห่างไกลความรักความห่วงใยของคนในครอบครัวไปบ้าง

Reverse Mortgage เป็นสินเชื่อที่ถือเป็นการเตรียมตัวรองรับสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทย โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่มีบ้านเป็นของตัวเอง แต่อาจจะไม่มีเงินบำนาญ ไม่มีเงินออม หรือมีแต่อาจจะเพียงพอพอการดูแลตัวเอง และไม่อยากเป็นภาระของลูกหลานในการดูแล ไม่ต้องขายบ้านอยู่อาศัยของตัวเองเพื่อหาเงินมาใช้ในบั้นปลายของชีวิต

เพราะสินเชื่อเพื่อผู้สูงวัยนี้มุ่งเน้นให้ ผู้สูงวัยที่มีบ้านเป็นกรรมสิทธิ์ของตัวเองสามารถกู้ยืมเงินโดยใช้บ้านเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพื่อนำเงินมาใช้จ่ายดูแลตัวเอง ซึ่งมีหลักเกณฑ์สรุปดังนี้

1. ผู้สูงวัยที่เป็นผู้กู้ยืมต้องมีกรรมสิทธิ์ในบ้านที่จะใช้เป็นหลักประกัน

ผู้กู้ไม่จำเป็นต้องแสดงหลักฐานรายได้ และไม่ต้องตรวจสุขภาพใดๆ ขอเพียงแค่มีบ้านและที่ดินเป็นของตัวเองเท่านั้นถือเป็นพอแค่นี้ก็จะได้รับเงินกู้ แต่จะกู้ได้มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น

1.1 อายุของผู้กู้ อาจจะอยู่ระหว่าง 50 - 85 ปี หากเป็นการกู้ยืมปกติอายุมากจะกู้ได้น้อย แต่สินเชื่อเพื่อผู้สูงอายุ ยิ่งมีอายุมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งมีโอกาสได้รับเงินงวดมากขึ้นเท่านั้น

1.2 วงเงินกู้ยืมสูงสุด 70 - 80% ของมูลค่าหลักประกันที่เป็นบ้านอยู่อาศัยของผู้กู้ ยิ่งอยู่ในทำเลดี มีมูลค่าสูงมากเท่าไหร่ เงินรายงวดก็จะได้มากขึ้นเพียงนั้น

1.3 ระยะเวลากู้ยืมเงิน ประมาณ 20 ปี หรือเมื่อรวมกับอายุผู้กู้ต้องไม่เกิน 85 ปี

1.4 อัตราดอกเบี้ย ขึ้นอยู่กับธนาคารแต่ละแห่ง

1.5 ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขพิเศษอื่นๆ 

2. ผู้สูงวัยที่เป็นผู้กู้ยืมจะไม่ได้รับเงินกู้ยืมเป็นเงินก้อนใหญ่

การกู้ยืมเงินปกติผู้ให้กู้จะได้รับเงินก้อน และทยอยผ่อนชำระให้กับธนาคาร แต่ Reverse Mortgage จะตรงกันข้าม คือ ธนาคารจะจ่ายเงินให้กับผู้กู้เป็นงวดๆ รวมทั้งอาจจะกันวงเงินจำนวนหนึ่งไว้สำหรับการเบิกใช้ในยามฉุกเฉินเพิ่มเติมให้ด้วย

3. ผู้สูงวัยที่เป็นผู้กู้ยืม จะต้องรับผิดชอบต้นทุน และค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการกู้ยืม

หลักประกันในการกู้ยืมสินเชื่อเพื่อผู้สูงวัย Reverse Mortgage เช่นบ้านและที่ดินถือเป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดวงเงินกู้ยืมที่ผู้กู้ยืมจะได้รับ จึงต้องมีการประเมินราคาหลักทรัพย์ และการดำเนินการต่างๆ ตามขั้นตอนการขอสินเชื่อ ซึ่งผู้กู้อาจจะต้องชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น

1. ค่าธรรมเนียมดำเนินการ (Origination Fee) 2% ของวงเงินกู้ยืมสินเชื่อ         เพื่อผู้สูงวัย Reverse Mortgage ที่จะได้รับ

2. ค่าประเมินหลักทรัพย์(Appraisal Fee)

3. ค่าประกันภัย และค่านิติกรรม(Closing Costs) 

4. สูงวัยที่เป็นผู้กู้ยืมไม่มีภาระต้องผ่อนชำระ

สินเชื่อเพื่อผู้สูงวัย Revere Mortgage เปรียบเหมือนการขายบ้านล่วงหน้าให้กับธนาคาร โดยมีเงื่อนไขว่าจะส่งมอบบ้านให้ธนาคารเมื่อเจ้าของบ้านเสียชีวิต ดังนั้นธนาคารจึงมีหน้าที่ต้องจ่ายเงินดาวน์และค่างวดให้กับเจ้าของบ้านไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ผู้กู้ยังมีชีวิตอยู่  

ผู้กู้ก็ยังคงมีสิทธิอาศัยอยู่ในบ้านหรือที่ดินหลังนั้นได้ไปเรื่อยๆ โดยไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินให้กับธนาคารเลย 

5. ผู้สูงวัยที่เป็นผู้กู้ยืมเสียชีวิต หากไม่ชำระคืนเงินกู้ยืมบ้านจะตกเป็นของธนาคารหรือผู้ให้กู้ยืม

เมื่อครบกำหนดตามสัญญากู้ยืมเงิน ผู้กู้สามารถขอขยายเวลาเพิ่มเติมได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด หรือชำระหนี้เพื่อปิดบัญชี หรือให้ธนาคารขายหลักประกันเพื่อปิดบัญชีก็ได้

หากผู้กู้ยืมเสียชีวิต ธนาคารสามารถที่จะเข้าครอบครองบ้านที่ใช้เป็นหลักประกันได้ โดยสามารถนำไปขายทอดตลาด หรือขายต่อให้กับทายาทต่อไปได้

 

เรียกว่า สินเชื่อเพื่อผู้สูงอายุ Reverse Mortgage เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจโดยเฉพาะกับผู้สูงอายุที่มีบ้านเป็นของตนเอง แต่ลูกหลานไม่ดูแลไม่มีกระแสเงินเพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ช่วยให้สามารถใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างมีความสุขในบ้านอันเป็นที่รักของตัวเองจนบั้นปลายของชีวิต และหากเงินงวดที่ได้รับเพียงพอก็อาจจะหาคนมาช่วยดูแลสุขภาพให้

หากมีรายละเอียดเพิ่มเติมจะหยิบมานำเสนอ เล่าสู่กันฟังอีกครั้ง อย่างน้อยก็ช่วยวางแผนภาษีมรดก และให้ได้บ้าง เหลือบ้านและที่ดินไว้เพื่อเป็นหลักประกันการกู้ยืมเงินสินเชื่อเพื่อผู้สูงวัย  Reverse Mortgage ให้ผู้สูงวัยได้รับเงินไปตลอดสำหับดูแลตัวเองให้มีความสุขได้ก็ดีไม่น้อย

ถือว่าเป็นสินเชื่อที่พอจะมีประโยชน์ไม่น้อย เพราะผู้สูงวัยก็ได้อาศัยในบ้านที่คุ้นเคย ลูกหลานก็สามารถมาเยี่ยมเยียนดูแลได้ตามปกติ ขณะที่ผู้สูงวัยก็จะมีรายได้จากธนาคารไปเรื่อยๆ ทำให้สุขใจทุกฝ่าย ขอปรบมือเชียร์ด้วยความจริงใจ ยังไงก็ขอให้แต่ละธนาคารออกเงื่อนไขมาให้เป็นประโยชน์กับผู้สูงวัยมากๆ ที่สำคัญค่าธรรมเนียมต่างๆ ก็เก็บแต่พอหอมปากหอมคอละกัน เพราะระยะยาวบ้านและที่ดินย่อมมีราคาแพงขึ้นไปขายก็ได้กำไรอีกต่ออยู่แล้ว

ด้วยรัก

คนหาเงิน


ติดตามบทความ สาระความรู้ด้านบัญชี ภาษี การเงิน หลักสูตรอบรมที่หลากหลาย และ application ช่วยในการทำธุรกิจที่โดนใจ ใช้ประโยชน์ได้จริงที่

 
คอร์สอบรมออนไลน์ คลิ๊ก : http://www.bis-online.com