4 เรื่องต้องรู้ก่อนขายสินค้าออนไลน์

หมวด: 
บัญชีและภาษี
รายละเอียด: 

พ่อค้า แม่ค้า นักช็อปบนโลกออนไลน์ คงต้องปรับตัวกับการช็อปปิ้งสินค้าจากต่างประเทศไม่ว่าจะเพื่อนำมาขาย หรือนำมาใช้เองก็ตาม จากที่เคยคลิ๊กสั่งซื้อจากที่นั่ง หรือที่นอนอันแสนสุข ใช้เวลาเพียงไม่นานสินค้าคุณภาพดี ราคาถูกจากต่างประเทศก็ถูกส่งมาถึงมือในเวลาเพียงพริบตา 

จากนี้ไปเวลาจะคลิ๊กสั่งซื้อสินค้าแต่ละครั้ง พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ หรือนักช็อปออนไลน์ จะต้องคิดถึงให้รอบคอบถึงต้นทุนการสั่งซื้อที่อาจจะพุ่งขึ้นจากเดิมจนทำให้ต้องต้องยั้งมือไว้ไมตรีก่อนคลิ๊กสั่งซื้อ

ต้นทุนที่จะปรับเพิ่มขึ้น ไม่ใช่เรื่องราคาสินค้าที่ผู้ผลิตคิดจะปรับราคา หรือผู้ส่งสินค้าเรียกเก็บค่าขนส่งเพิ่มขึ้นแต่อย่างใด หากแต่เป็นค่าต๋ง เอ๊ยค่าภาษีที่คุณสรรพ์ขอฝากให้นักช็อป พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ ช่วยทำหน้าที่จัดเก็บภาษีแทน แม้จะเป็นเรื่องราวที่บอกกล่าวกันมาบน Social Network แต่หลายครั้งหลายคราแต่ก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่คราวนี้เรื่องราวต่างๆ ก็กลายมาเป็นความจริงโดยเฉพาะในช่วงกระชับวงล้อมทางด้านภาษี สมกับเป็นยุคภาษีอานอย่างแท้จริง

1. นักช็อปออนไลน์อาจจะต้องจ่าย ภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า

นักช็อปออนไลน์ที่ซื้อสินค้าจากต่างประเทศไม่เกิน 1,500 บาทต่อครั้งจะได้รับการยกเว้นภาษีศุลกากรหรือภาษีนำเขา ส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มแม้จะจัดเก็บอัตรา 7% ของมูลค่าสินค้าที่นำเข้าแต่เนื่องจากไปแอบอิงกับภาษีนำเข้า ทำให้กลายเป็นว่าไม่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มไปโดยปริยาย แต่เดี๋ยวก่อนเพียงคุณโทรมา เอ๊ยเพียงแค่การแก้ไขกฎหมายสำเร็จ การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศไม่ว่าจะมีมูลค่าเท่าไหร่ก็จะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 7%

เพราะคุณสรรพ์เล็งการณ์ไกลว่า จะสามารถจัดเก็บภาษีมาชดเชยโปรโมชั่นลด แลก แจก กระหน่ำในช่วงที่ผ่านมา เลยตั้งใจว่าจะแยกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศแบบเดี่ยวๆ ไม่ต้องไปรวมกับภาษีศุลกากรเหมือนที่ผ่านมาแต่อย่างใด เรียกว่าพี่ศุลอยากยกเว้นภาษีจากการนำเข้าสินค้าที่มูลค่าไม่เกิน 1,500 บาทก็ทำไป แต่พี่ VAT ของเราไม่ยกเว้นให้ด้วย

เรียกว่าหากซื้อสินค้าจากต่างประเทศในราคา 1,000 บาท ตอนนี้ต้องจ่ายเงินรวมภาษีมูลค่าเพิ่มเป็น 1,070 บาทละ งานนี้นักช็อปทั้งหลายอาจะต้องมาเปรียบเทียบกับราคาสินค้าในประเทศว่าจะเอาอย่างไรดีอย่างไหนถูกแพงกว่ากัน

ลำพังนักช็อปก็เดือดร้อนแล้ว พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์คงน่าเป็นห่วงกว่า เพราะภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้า จะกลายเป็นคนชี้เป้าว่ามีรายได้จากการขายสินค้าออนไลน์เท่าไหร่ ยิ่งมีข้อมูลนำเข้าและเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้ามากเท่าไหร่ ยอดขายและภาษีขายก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น หากรายได้จากการขายเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีเมื่อไหร่ก็ยิ่งใกล้ภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปเท่านั้น เพราะหากรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีก็ยังไม่ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ภาษีซื้อจากการนำเข้าสินค้าก็ไม่สามารถขอคืนแต่นำไปรวมเป็นต้นทุนได้ แต่หากรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มและเรียกเก็บภาษีจากการขายสินค้า

หากที่ผ่านมารายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท แม้จะถูกตรวจประเมินก็ยังพอรับภาระภาษีไหว แต่หากเกินแล้วดันไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม งานนี้เจ็บปวดเพราะพิษภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม แถมยังโดนเบี้ยปรับ เงินเพิ่มอีกต่างหาก

เรียนรู้เพื่อรับมือกับภาษีจากการขายสินค้าออนไลน์ได้ง่ายๆ ผ่านหลักสูตร #โต้คลื่นภาษีธุรกิจออนไลน์#คอรส์อบรมออนไลน์ที่บอกเล่าเรื่องราวภาษีแบบง่ายๆ และสนุกสนานได้ที่ http://www.bis-online.com/course/detail/BIS02

     

2. จ่ายค่าโฆษณา FB, Adword ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย

การขยับตัวแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้แม้จะมาช้า จนหลายคนบ่นว่าเกิดความไม่เป็นธรรมทางการค้า แต่ก็เพียงพอที่สร้างผลกระทบให้กับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ได้เป็นอย่างมาก เพราะจากเดิมที่จ่ายค่าโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น FB Ad, Google Adword และอื่นๆ แค่เพียงจ่ายเงินตามที่กำหนด ก็จะได้ลงโฆษณาสรรพคุณของสินค้า ทั้งขาว ทั้งใส ทั้งแข็ง ได้กันอย่างราบรื่น กระตุ้นให้ลูกค้าเป้าหมายคลิกสั่งซื้อสินค้าออนไลน์กันถล่มทลาย ทำให้เงินทองไหลมาเทมาไม่ขาดสาย

แต่มาบัดนี้ คุณสรรพ์ขาใหญ่กำหนดชัดเจนว่า การจ่ายค่าโฆษณาออนไลน์ต่างๆ เหล่านั้นถือเป็นเงินได้ของพี่มาร์คพี่บินซึ่งต้องนำมาเสียภาษีเงินได้ในประเทศไทย แต่การจะไปเชิญให้มาเสียภาษีคงเป็นเรื่องยาก เลยผลักภาระเอ๊ยมอบหมายให้ผู้จ่ายค่าโฆษณา ซึ่งก็คือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์นั่นละเป็นผู้จ่ายภาษีแทน โดยกำหนดให้หักภาษี  ณ ที่จ่าย อัตรา 15% ทุกครั้งที่จ่ายค่าโฆษณา

อุ๊ต๊ะ ให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ที่จ่ายค่าโฆษณาให้กับ FB, Google หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้อัตรา 15% ซึ่งหากมองเผินๆ ก็ไม่น่าจะกระทบ แต่ประเด็นคือขาใหญ่ทั้งหลายจะยอมหรือไม่ หากหักไว้แต่พี่มาร์คกับพี่บินเห็นว่าชำระเงินขาดเลยไม่ลงโฆษณาให้อีแบบนี้จะทำอย่างไรดี เผลอๆ อาจจะต้องควักกระเป๋าตังค์จ่ายเอง 15% งานนี้ขวาก็ตามซ้ายก็สลบจะทำไงดีเนี่ย คุณสรรพ์ไปเชิญพี่ๆ ทั้งสองมาคุยกันให้ลงตัวดีก่อนมั๊ยเนี่ย

เรื่องนี้แต่เดิมมีการกำหนดให้หักภาษี ณ ที่จ่ายไว้แล้ว เพียงแต่ประเด็นที่เป็นปัญหามาถึงปัจจุบันคือ เงินค่าโฆษณาที่จ่ายให้กับบริษัทต่างประเทศถือเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) ที่ไม่อยู่ในบังคับต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเลยไม่เคยหักกัน แต่ตอนนี้ฮึ่มๆ ว่าจะให้หักให้ได้เพราะเสียประโยชน์ ฯลฯ เอายังไงก็เอา แต่ไปคุยกันให้ชัดเจนก่อนก็ดี แต่ว่าตอนนี้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ก็อย่าวางใจติดตามไปเรื่อยๆ ละกัน

3. จ่ายค่าโฆษณาออนไลน์ FB, Google Adword ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

อ่านมาถึงบันทรรดนี้หลายคนคงยิ้มอย่างสบายใจ เพราะเคยรู้มาว่าผู้ประกอบการที่ขายสินค้า และให้บริการ มีหน้าที่เรียกเก็บ และนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่ม งานนี้ทั้ง FB, Google หรือผู้ให้บริการทางอิเล็คทรอนิคส์ทั้งหลายก็มีหน้าที่ต้องทำ ส่วนพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทำหน้าที่โฆษณาอย่างเดียว อย่างอื่นไม่เกี่ยวไม่ข้องเลย

ที่โต้แย้งมาข้างต้นก็ต้องบอกว่าไม่ผิด เป็นความเข้าใจที่ถูกแต่ไม่ทั้งหมด เพราะแต่เดิมคุณสรรพ์ท่านก็กำหนดไว้อย่างชัดเจนแล้วว่า การจ่ายชำระค่าบริการให้กับผู้ให้บริการในต่างประเทศ หากมีการใช้บริการในประเทศถือว่าอยู่ในบังคับภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้จ่ายเงินค่าบริการ มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทนผู้ประกอบการต่างประเทศ

ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่อะไรเลย ผู้จ่ายชำระค่าบริการโฆษณา FB, Google มีหน้าที่ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มจากการใช้บริการในประเทศ เรื่องนี้เป็นเรื่องเก่าจริงๆ เพียงแค่ว่าหลายคนไม่เคยทำ และไม่เคยรู้ว่าต้องทำ งานนี้แค่คุณสรรพ์หยิบมาปัดฝุ่น นำมาใช้อย่างเคร่งครัดทั้งพ่อค้า แม่ค้า ผู้ที่นิยมชมชอบการโฆษณาออนไลน์ก็เสียวกันทั้งบางแล้ว เพราะต้นทุนเพิ่มขึ้นเห็นๆ 

4. จ่ายภาษีง่ายๆ ผ่านธนาคาร

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีมูลค่าเพิ่มจากการนำเข้าสินค้า หรือจากการจ่ายค่าโฆษณาออนไลน์อย่างไร ไม่ต้องลำบากลำบนกับการจัดทำแบบฯ ยื่นเสียภาษีอีกต่อไปเพราะคุณสรรพ์คิดไว้หมดแล้ว โดยได้เริ่มเจรจากับพี่แบ๊งค์ทั้งหลายให้ช่วยทำหน้าที่นำส่งภาษีแทนเราเวลาที่โอนจ่ายเงินค่าสินค้าและบริการไปยังต่างประเทศ

เรียกว่าคุณสรรพ์วางแผนขยายปีกครอบคลุมมาจัดเก็บภาษีจากการขายสินค้า และโฆษณาออนไลน์เรียบร้อยหมดทุกขั้นทุกตอนแล้วรอเวลาเพียงกฎหมายผ่าน ซึ่งมั่นใจได้ว่าผ่านแน่ แต่ระหว่างที่ยังไม่ผ่านก็อย่าลืมน

พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ทั้งหลายคงต้องปรับตัวเตรียมรับมือ อย่าคิดว่าขายของโดยไม่แจ้งราคาแล้วไปคุยกันเรื่องราคาใน Inbox จะรอดนะ เรื่องการล่อซื้อมีทุกวงการนั่นล่ะ วันไหนโดนล่อซื้อแล้วเช็คยอดเงินในบัญชีธนาคารจะรู้ว่าเจ็บนี้ไม่ลืม

ด้วยรัก

มือปราบภาษี


ติดตามบทความ สาระความรู้ด้านบัญชี ภาษี การเงิน หลักสูตรอบรมที่หลากหลาย และ application ช่วยในการทำธุรกิจที่โดนใจ ใช้ประโยชน์ได้จริงที่

คอร์สอบรมออนไลน์ คลิ๊ก : http://www.bis-online.com