แปลงทรัพย์สินเป็นทุน

แปลงทรัพย์สินเป็นทุน, โอนทรัพย์สินไม่เสียภาษี, การชำระค่าหุ้น, เงื่อนไขโอนหุ้น, โอนทรัพย์สิน, ทรัพย์สินที่โอน
หมวด: 
บัญชีและภาษี
รายละเอียด: 

ปีที่ผ่านมาถือได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านบัญชี และภาษีค่อนข้างมาก ขนาดคนที่อยู่ในแวดวงยังตาม Update กันไม่ค่อยทันซึ่งหลายเรื่องมีประโยชน์และเหมือนเป็นทางออกของปัญหาภาษีเรื่องอื่นๆ หากสามารถนำมาปรับประยุกต์ใช้ได้ประโยชน์เต็ม คงเหมือนการใช้พิษแก้พิษของชาวยุทธ์ทั้งหลายนั่นเอง

ยกแรกที่จะนำมาเสนอในซีรีส์ "ย้อนรอยภาษีให้ดีไม่มีโดน" จะหยิบนำเอาเรื่องราวการกระชับวงล้อมที่อยากจะให้คนทำธุรกิจแปลงร่างมาทำในรูปนิติบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทมาเล่าให้ฟังจะได้รู้กันไปเลยว่ามันปังและมันโดนมาก

โอนทรัพย์สินให้บริษัทไม่ต้องเสียภาษี

ประเด็นแรกเลยคือเรื่องการตั้งบริษัท 555 ไม่ต้องเดาไม่ใช่เรื่องการตั้งบริษัทคนเดียวหรอก เรื่องนั้นเค้าว่ากันมานานแล้วแต่ยังไม่คลอด แต่เรื่องที่กำลังจะพูดถึงคือเรื่องที่ไม่คิดว่าจะคลอดแต่มันดันคลอดคือการโอนทรัพย์สิน ให้บริษัทที่จัดตั้งขึ้นจะได้รับยกเว้นภาษีทุกขุมขน เอ๊ยทุกประเด็นกันเลยทีเดียว ที่สำคัญทำง่ายๆ ไม่ยากแค่เพียงเข้าเงื่อนไขครบถ้วนคือ

  • เป็นบุคคลธรรมดา

  • ระหว่างวันที่ 10 ส.ค. 2559 – 31 ธันวาคม 2560

    • จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท

    • โอนทรัพย์สิน หรือขายสินค้า ให้บริษัทเพื่อชำระค่าหุ้น

    • เป็นผู้ถือหุ้นตามจำนวนเท่ากับมูลค่าทรัพย์สิน หรือสินค้าที่โอน

ไม่ว่าท่านจะทำธุรกิจในรูปบุคคลธรรมดามาแล้ว มีสินค้าสำเร็จรูป, มีทรัพย์สินอะไรก็ตามที่หลบๆ ซ่อนๆ อยู่ไม่เคยนำมาแสดงหรือนำมาหักรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

หรือกำลังคิดจะทำธุรกิจแต่ติดปัญหาเรื่องเงินที่จะนำมาชำระค่าหุ้นตามที่จดทะเบียน แต่มีสมบัติที่เจ้าคุณปู่เจ้าคุณย่ามอบไว้ให้ หรือไม่ว่าจะได้มาโดยวิธีใดสามารถไปขุดค้นเอาทรัพย์สินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอสังหาริมทรัพย์, สังหาริมทรัพย์มาชำระแทนค่าหุ้นในบริษัทที่กำลังจะจัดตั้งได้หมด เพียงแค่นี้ทุนก็จะใหญ่แต่ใส่เงินนิดเดียว

ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ปัญหาเรื่องภาษีมรดกก็แทบจะหมดไปโดยปริยายเพราะทุกอย่างกองอยู่ในบริษัท หากสงสัยเอาไว้จะมาเล่าให้ฟังครั้งหน้าสำหรับตอนนี้ไปดูกันก่อนว่าการตั้งบริษัทจำกัด และนำทรัพย์สินมาชำระค่าหุ้นได้สิทธิอะไรบ้าง

  • ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

  • ภาษีธุรกิจเฉพาะ

  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม

  • อากรแสตมป์

ที่สรุปมาข้างต้นน่ะ คุณสรรพ์เค้ายกเว้นให้หมดเลยไม่ต้องเสียสักบาท ใจดีขนาดนี้แล้วจะมาว่าคุณสรรพ์ใจร้ายไม่ได้แล้วนะ สรุปง่ายๆ คือ

หากเราจดทะเบียนตั้งบริษัทฯ กำหนดทุนจดทะเบียนไว้ 10 ล้านบาท หากนำทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์เช่น เครื่องปรับอากาศ, เครื่องใช้สำนักงาน, รถยนต์ หรือสินค้าคงเหลือที่มีในกิจการมาชำระแทนเงินค่าหุ้น จำนวน 5 ล้านบาท จากเดิมที่ต้องเสียภาษีครบทุกตัวกลายเป็นว่าไม่ต้องเสียภาษีสักบาท ไม่ว่าจะเป็นภาษีมูลค่าเพิ่ม คิดเล่นๆ ประหยัดไปได้ 5,000,000 X 7% = 350,000 บาทเลยนา ยังไม่นับเรื่องภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีก ไม่ว่าจะมากน้อยแค่ไหนขึ้นชื่อว่าภาษีบอกได้เลยว่าหากโดนเป็นเจ็บหมดล่ะ แม้จะเสียภาษีเพื่อชาติก็ตาม

ยังๆ ไม่พอส่วนที่ขาดอีก 5 ล้านบาท หากไปนำเอาบ้านที่เจ้าคุณปู่ยกให้ราคา 5.0 ล้านบาท เพื่อนำมาเป็นสำนักงานของบริษัท จากเดิมที่เคยเสียภาษีครบเซ็ท ไม่ว่าจะเป็น ภาษีหัก ณ ที่จ่าย, ภาษีธุรกิจเฉพาะ และค่าธรรมเนียมโอน มาวันนี้ 3 ตัวบน เอ๊ยภาษีทั้งสามตัวยเว้นเรียบ ถ้าอยากรู้ว่าประหยัดภาษีเท่าไหร่ก็ลองคิดดูแต่ถ้าไม่อยากปวดหัวกับการคำนวณภาษีจากการโอนอสังหาริมทรัพย์ ก็ไปโหลดแอพ Property Tax มาใช้ สบายกว่ากันเยอะ

     

ภาษีตัวอื่นๆ คงไม่วุ่นวายเท่าไหร่ หากพิสูจน์ได้ว่าตั้งบริษัท และบุคคลธรรมดาที่เป็นผู้ถือหุ้นได้โอนทรัพย์สินต่างๆ เพื่อชำระค่าหุ้นในกรอบเวลาที่กำหนดแค่นี้ก็จบเรื่อง แต่ประเด็นสำคัญคือเรื่องที่ดินจะต้องไปแจ้งให้พี่ดินเค้ารับทราบด้วยก็ต้องนำเอส

เงื่อนไขการโอนทรัพย์สิน

ถึงตอนนี้หลายคนอาจจะมีคำถามว่าแล้วควรจะโอนทรัพย์สิน หรือสินค้าคงเหลือในราคราเท่าไหร่ Hi low เอ๊ยสูงหรือต่ำดี ต้องบอกว่าไม่ต้องคิดมากคุณสรรพ์ท่านคิดมาให้แบบเบ็ดเสร็จแล้ว กำหนดทั้งเงื่อนไขเกี่ยวกับราคาโอน การถือหุ้น และการโอนหุ้นไว้เบ็ดเสร็จ สรุปง่ายๆ สั้นๆ ว่า

  • ต้องโอนทรัพย์สินโดยใช้ราคาประเมิน

  • ผู้โอนหรือผู้ขายจะต้องถือหุ้นไม่น้อยกว่ามูลค่าทรัพย์สินที่โอน

  • ผู้ถือหุ้นต้องไม่โอนหุ้นที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สินที่ได้รับยกเว้นภาษีในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่าหุ้นทางบัญชี

  • ทำหนังสือแจ้งการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานที่ดิน และอธิบดีกรมสรรพากร

ค่าใช้จ่ายตั้งบริษัท ค่าทำบัญชี และสอบบัญชีหักได้เพิ่ม

นอกเหนือจากการยกเว้นภาษีที่เกิดจากการโอนทรัพย์สินเพื่อชำระแทนค่าหุ้นแล้ว ยังมีการยกเว้นภาษีเพิ่มเติมให้อีกต่างๆ โดยแบ่งเป็น 2 กรณีคือ

หักรายจ่ายได้เพิ่ม 1 เท่า ครั้งเดียว

  • รายจ่ายในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ไม่ว่าจะเป็นค่าบริการ, ค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เกิดจากการจดทะเบียน

หักรายจ่ายได้เพิ่ม 1 เท่า ระยะเวลา 5 ปี

  • ค่าทำบัญชี

  • ค่าสอบบัญชี

เพียงเท่านี้ก็สามารถแปลงร่างจากบุคคลธรรมดา มาทำธุรกิจในรูปแบบบริษัทจำกัดได้อย่างสบายใจ จากนี้ไปไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ สามารถยืดอกพกถุง เอ๊ยแสดงรายได้ กำไร และเสียภาษีได้อย่างเต็มภาคภูมิ หากจะจัดการเรื่องภาษีมีสิทธิประโยชน์ต่างๆ ให้ใช้มากมาย อดใจรออ่านหรือรอฟังคลิปดีๆ จากเราไปเรื่อยๆ นะครับ

อ้อ หากจะดำเนินการตั้งบริษัทและใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษี ควรอ่านรายละเอียดเนื้อหาของกฎหมายในเชิงลึกเพื่อนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ซึ่งสามารถอ่านได้จากพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 630 และประกาศอธิบดีกรมสรรพากร ฉบับที่ 4 อ่านไปยิ้มไปมีความสุขแน่ๆ

ด้วยรัก

มือปราบภาษี


ติดตามบทความ สาระความรู้ด้านบัญชี ภาษี การเงิน หลักสูตรอบรมที่หลากหลาย และ application ช่วยในการทำธุรกิจที่โดนใจ ใช้ประโยชน์ได้จริงที่

คอร์สอบรมออนไลน์ คลิ๊ก : http://www.bis-online.com