อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา กับ การทำธุรกิจ (ตอนที่ 1)

การทำธุรกิจ, กฎหมายเกี่ยวกับทำธุรกิจ, กฎหมายธุรกิจ
หมวด: 
กฎหมาย
รายละเอียด: 

อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา กับ การทำธุรกิจ (ตอนที่ 1)

                “ ...อนิจจัง ทุกข์ขัง อนัตตา ...”

                ผมเคยได้ยินคำๆนี้จนชินหู ชินตา และรู้ว่ามันแปลโดยทั่วไปว่า  

“ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนไม่เที่ยง 

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่ไม่สามารถทนคงรูปในสภาพนั้นๆอยู่ได้จึงเป็นทุกข์

ทุกสิ่งทุกอย่างไหลเวียนเปลี่ยนแปลงตลอดเวลามันจึงไม่สามารถคงรูปอยู่ได้ ไม่มีตัวตน ไม่ใช่ตัวตนจะยึดถือเอาเป็นของตนได้”

ผมได้ยินได้ฟังคำๆนี้มาตั้งแต่จำความได้ ไม่รู้ว่าได้ยินมาจากใคร ที่ไหน เมื่อไหร่ และผมก็ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรกับมัน ทำไมนะหรือ ก็เพราะว่ามันไม่เกี่ยวอะไรกับผม ไม่เกี่ยวกับการทำมาหากินของผม ไม่เกี่ยวกับการใช้ชีวิตของผม ไม่เกี่ยวว่าผมจะมีหรือจน ไม่เกี่ยวกับการเลื่อนตำแหน่งของผม ไม่เกี่ยวว่าผมจะมีเงินใช้หรือรวยขึ้นอะไรทำนองนี้  ไม่จำเป็นที่ผมจะต้องให้ความสำคัญหรือตีราคาค่างวดอะไรกับมัน วันนี้ผมขอเอาตัวเองให้รอดก่อน วันหน้าว่างเมื่อไหร่ กูค่อยกับมาหาคำตอบกับมัน....นี่แหละคือผมๆคิดอย่างนั้นมาตลอด

ผมคิดว่าการทำวันนี้แบบสุดตัว ทุกวัน ด้วยมีความคาดหวังมากมายมหาศาลว่าจะประสบความสำเร็จ มีเงิน มีทอง ร่ำรวย ชีวิตผมจะดีขึ้นเอง นิยามความสำเร็จทุกอย่างของผมล้วนแล้วแต่ฝากไว้กับวันพรุ่งนี้  ซึ่งได้แก่ การมีเงินทองมากกมายจนใช้ไม่มีวันหมดที่จะมาถึงวันพรุ่งนี้ การได้รับเกียรติยศศักดิ์ศรีนับหน้าถือตาเพราะความสำเร็จในวันพรุ่งนี้   ผมมั่นใจเหลือเกินว่าวันพรุ่งนี้มันจะต้องมาถึงซิ

ทำไมผมจึงมั่นใจตัวเองซะขนาดนั้นนะหรือ มันก็เพราะว่าความสำเร็จของเมื่อวาน เพราะเดือนก่อนผมเคยทำได้ เพราะปีที่แล้วผมทำได้ดี ดังนั้น วันพรุ่งนี้ผมก็ต้องทำได้ซิ! หากจะมีใครเรียกผมว่าไอ้เด็กเมื่อวานซืน..ก็คงไม่ผิดเสียทีเดียวนัก ดังนั้น ต่อการกระทำทุกอย่าง ต่อการคิด ต่อการตัดสินใจ ผมก็ยังใช้วิธีการเดิมๆ ของเมื่อวาน แล้วถ้าหากเกิดผิดพลาดอะไรขึ้นไม่ได้ดังใจ  ผมก็โทษว่าเพราะไอ้นั่น ไอ้นี่ ไอ้โน่น นิ้วของผมไม่เคยชี้มาที่ตัวเองแม้แต่ครั้งเดียว เพราะอะไรนะหรือก็เพราะว่า ผมเก่งซะขนาดนั้น ผมจะผิดพลาดได้ยังไง มันต้องเป็นความผิดพลาดของคนอื่นแน่ๆ มันต้องผิดพลาดที่ฟ้าต่างหากที่ไม่เป็นใจ แม่ง.! ฟ้ามันแกล้งกู...

ใช่แล้วครับ.... ผมผิดพลาดอีกแล้ว  แม้ผมจะสามารถอ้างได้กับทุกคนว่าไม่ใช่ความผิดพลาดของตัวเอง ..แต่ลึกๆแล้ว .. มีอะไรบางสิ่งกระซิบเสียงแผ่วเบาที่ข้างหูของผมว่า

 “.... เออมึงนั่นแหละที่ผิด...เมื่อไหร่มึงจะตื่นสักที... หากมึงมัวนอนหลับกลางวันอยู่ที่นี่...มึงก็ต้องเข้าเส้นชัยที่หลังไอ้เต่าตัวนั้นแน่นอน... และกูจะบอกอะไรมึงให้เอาบุญสักอย่าง..ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอนหรอก  หากมึงมั่นใจว่าได้ทำดีที่สุดก็ควรพอใจในสิ่งที่มึงได้ทำอย่าได้คาดว่าทำดีที่สุดแล้วจะได้อะไรตอบแทนกลับมาเพราะมันอาจจะได้มา หรือไม่ได้ตอบแทนกลับมาก็ได้  หากมึงไม่ได้ตอบแทนกลับมาตัวมึงนั่นแหละจะเสียใจ... เมื่อวานมึงทำได้ดี ก็ไม่ได้หมายความว่าวันนี้ หรือวันพรุ่งนี้มึงจะทำได้ดีอีก ....จงลืมเมื่อวานนี้เสีย และไม่ต้องคาดหวังถึงวันพรุ่งนี้ที่จะมาถึง....จิตใจของมึงให้จดจ่ออยู่แต่กับปัจจุบันวันนี้และทำให้ดีที่สุดแบบยอมตายจะได้มั๊ย.!  ถ้ามึงทำได้ก็แสดงว่ามึงได้ทำสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตมึงแล้ว  ... นั่นคือมึงได้ทำหน้าที่แล้ว

...  ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน  การชนะก็เป็นเรื่องธรรมดา การล้มลงเป็นเรื่องธรรมดา การเริ่มต้นใหม่ก็เป็นเรื่องธรรมดา  ชีวิตกับธุรกิจนะเป็นเรื่องเดียวกัน  มันเป็นเรื่อง  อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ในเมื่อวันนี้มึงรู้แล้วว่าตัวเองล้มลงไปแล้วและมีโอกาสเริ่มต้นใหม่ แต่มึงยังโศกเศร้าเสียใจยึดติดความล้มเหลวในอดีตอยู่ ก็ขอให้มึงฉิบหายไปตลอดนะไอ้หำ..! ”

ผมสะดุ้งสุดตัว..ตกใจตื่นตอนค่อนสว่าง เพราะประโยคสุดท้ายดังกึกก้องในหูตลอดเวลา  แม้เวลาจะผ่านไปชั่วโมงแล้วมันยังดังวนเวียนอยู่ในหัวผมตลอด  อ่าห์ .. วันนี้แล้วซิน่ะ... มันจะเป็นวันเริ่มต้นสงครามที่ผมจะต้องเอาชนะคู่แข่งตัวฉกาจที่สุดในชีวิตของผมให้ได้... 

ผมจะเอาชนะตัวเองให้ได้ !

นี่คือสิ่งที่ผมท่องเตือนตัวเองในใจอยู่เสมอเมื่อเวลาที่ผมเป็นทุกข์ เวลาที่ผมดีใจสุขใจจนเนื้อเต้น เวลาที่ผมล้มเหลว  เวลาที่ผมหมดกำลังใจท้อแท้ ที่จะเริ่มต้นใหม่ เพื่อให้ผมปล่อยวางอดีตที่แสนเจ็บปวดนั้นออกไป แล้วเริ่มต้นใหม่แบบไม่มีความคาดหวังอะไรกับมันได้ เรามันคนธรรมดาไม่สามารถควบคุมสรรพสิ่งได้มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เราล้มลงได้ ความสำเร็จมันไม่อยู่ยงคงกระพัน นับประสาอะไรกับหมดปลวกอย่างเรา กระทั่ง “นิพพาน” ยังไม่เสถียรเลย

ที่ผมเริ่มต้นบทความตอนแรกด้วยเรื่องนี้  ก็เพราะอยากเตือนสติทุกท่านในฐานะเพื่อนว่า ชีวิตไม่เที่ยง ความสำเร็จไม่เที่ยง การเจริญเติบโตทางธุรกิจก็ไม่เที่ยง มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป ตลอดเวลา ดังจะเห็นได้จากวัฏจักรธุรกิจ มีอาการทำนองว่าเมื่อเศรษฐกิจซบเซาจนถึงที่สุดแล้วมันจะเติบโตเป็นช่วงขาขึ้นของมันเอง และเมื่อมันเติบโตจนถึงที่สุดก็จะเข้าสู่ภาวะของความเสื่อมสลายและพังทลายลง เพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง วนเวียนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ชั่วกาลนาน

คนทำธุรกิจที่ไม่ยอมรับความจริงข้อนี้ก็เท่ากับว่าเขาอยู่ในภาวะความเสี่ยงและอันตรายอย่างมากเพราะเขาจะไม่ได้จัดเตรียมเครื่องมือเครื่องไม้หรือเตรียมการใดๆเพื่อป้องกันความเสี่ยงเหล่านั้นเลย เมื่อถึงคราวที่การเปลี่ยนแปลงมาเยือนคนเหล่านี้จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเหมือนโดนรถบรรทุก 18 ล้อวิ่งชนโครม เรียกได้ว่าแทบไม่เหลือซากอะไรให้เริ่มต้นใหม่ได้เลย ส่วนคนที่ยอมรับความเปลี่ยนแปลงตระหนักรู้เขาจะเตรียมการทุกอย่างไว้อย่างเหมาะสม แม้พายุลูกใหญ่มาเยือนก็จะได้รับความเสียหายไม่มาก เมื่อพายุสงบเขาจะพร้อมเริ่มต้นใหม่ก่อนคนอื่น และเมื่อเขาเริ่มต้นก่อนในเวลาที่ไร้คู่แข่งความสำเร็จในรอบใหม่นี้จึงเป็นของเขาง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือทีเดียว

ในบรรดาความเสี่ยงของธุรกิจที่มีมากมายหลายประเภท เช่นว่า ความเสี่ยงด้านวัฏจักรธุรกิจ ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง ความเสี่ยงด้านระบบควบคุมภายใน ความเสี่ยงด้านข้อพิพาทภายในและภายนอกกิจการ เป็นต้น ซึ่งมีหลายครั้งหลายหนที่ธุรกิจต้องล้มคลืนลงไปเพราะความเสี่ยงเหล่านั้น

“กฎหมาย” เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ถือว่าสามารถใช้เป็นมาตรการป้องกัน ควบคุม และแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากความเสี่ยงทั้งหลายกับธุรกิจอย่างได้ผลในหลายกรณี จึงสมควรอย่างยิ่งที่คนสนใจทำธุรกิจ และคนกำลังทำธุรกิจ จะต้องมีความรู้ความเข้าใจในกฎหมายธุรกิจให้มากพอ เพื่อจะได้นำมาใช้ประโยชน์ให้เต็มที่กับธุรกิจเขาเอง เปรียบเหมือนขุนศึกเมื่อออกรบก็ต้องมีอาวุธคู่ใจสามารถใช้ประหัตประหารศัตรูได้เต็มกำลัง และใช้ป้องกันตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ

“กฎหมายธุรกิจ” ที่ท่านควรได้รู้ได้เข้าใจเพื่อนำไปเป็นเครื่องไม้เครื่องมือนั้น อย่างน้อยท่านควรรู้กฎหมายธุรกิจดังต่อไปนี้

     กฎหมายเกี่ยวกับองค์กรธุรกิจ  เป็นเรื่องราวรายละเอียดเกี่ยวกับการรวบรวมสมัครพรรคพวกเพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจด้วยกัน ท่านต้องเรียนรู้ว่าธุรกิจของท่านเหมาะที่จะเลือกใช้หน่วยธุรกิจรูปแบบใด ความสัมพันธ์ระหว่างหุ้นส่วนควรเป็นอย่างไร ท่านสามารถเอาอะไรมาลงหุ้นได้บ้าง การบริหารเป็นอย่างไร การปันผลเป็นอย่างไร เป็นต้น

     ​กฎหมายเกี่ยวกับสัญญาสำคัญทางธุรกิจ เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับว่า เมื่อท่านจะต้องขายสินค้าหรือบริการในธุรกิจทุกประเภทท่านจะต้องจัดทำเอกสารระหว่างท่านกับคู่ค้าในรูปแบบใด จึงจะสามารถบังคับให้ชำระหนี้การค้าได้ หากเอกสารไม่ถูกต้องท่านก็จะเรียกเก็บหนี้ไม่ได้เมื่อเรียกเก็บหนี้ไม่ได้ก็หมายถึงกิจการท่านกำลังจะเจ๊งนั่นเอง ดังนั้นเอกสารสัญญาจึงสำคัญในการทำธุรกิจมาก

     กฎหมายเกี่ยวกับการบริหารลูกหนี้การค้า  ธุรกิจส่วนใหญ่เลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่มีลูกหนี้การค้าเนื่องจากมีการให้เครดิตการค้าคือลูกค้านำสินค้าไปใช้ก่อนแล้วค่อยจ่ายภายหลังดังนี้ การมีลูกหนี้การค้าจึงเป็นเรื่องธรรมดา สำคัญมันอยู่ที่ว่าใครจะสามารถบริหารลูกหนี้การค้าให้เป็นหนี้ที่ดีคือมีการหมุนเวียนจ่ายหนี้ตรงเวลาต่างหาก หากมีอาการเบี้ยวหนี้เจ้าหนี้การค้าจะต้องมีความสามารถในการใช้เครื่องมือทางกฎหมายในการทวงหนี้บริหารหนี้ที่ดีมีประสิทธิภาพจึงจะควบคุมระดับหนี้เสียให้อยู่ในเปอร์เซ็นต์ที่ยอมรับได้ธุรกิจจึงจะไปรอด

     กฎหมายเกี่ยวกับการวางแผนภาษีอากร  เมื่อธุรกิจเติบโตมากขึ้นก็มียอดขายโต กำไรโต เมื่อกำไรโตก็ต้องเสียภาษีมาเป็นเงาตามตัว แต่ให้ตายเถอะกำไรมันดันโตอย่างเดียว ส่วนตัวเงินสดไม่มีเหลือเพียงพอจะจ่ายภาษีหรือแม้กระทั่งจ่ายเงินเดือนพนักงานเลย อย่างนี้ทำอย่างไร บรรดาค่าใช้จ่ายต่างๆที่บานเบอะรวมทั้งภาษีอากรนี้ธุรกิจควรจ่ายออกไปอย่างมีคุณภาพนั่นก็คือจ่ายถูกต้องตามกฎหมายแต่ให้ประหยัดที่สุดนั่นเอง หากคุณรู้กฎหมายเกี่ยวกับการวางแผนภาษีได้ดีพอคุณจะสามารถจ่ายภาษีน้อยลงและถูกต้องตามกฎหมายนั่นเอง และเมื่อคุณจ่ายน้อยลงเงินในกระเป๋าคุณก็มากขึ้น คุณก็รวยขึ้น

     กฎหมายเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างหนี้ ก็อย่างที่บอกว่าทุกสรรพสิ่งล้วนเกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไปตามกฎของจักรวาล เมื่อธุรกิจทะยานขึ้นจนถึงจุดสูงสุดมันก็จะต้องพังทลายลงในที่สุด คุณในฐานะเจ้าของจึงมีโอกาสเจ๊งได้ตลอดเวลา มีโอกาสที่กิจการมีเงินสดไม่พอจ่ายหนี้เพราะขาดสภาพคล่อง  ในกรณีนี้คุณก็จะต้องปรับโครงสร้างหนี้ซึ่งถ้าคุณรู้กฎหมายและใช้กฎหมายเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้เป็นมวย คุณจะประสบความสำเร็จและได้รับประโยชน์จากการปรับโครงสร้างหนี้สูงสุด กิจการของคุณจะพ้นจากพิษไข้และลุกขึ้นวิ่งได้เร็วกว่าคนอื่น

     กฎหมายเกี่ยวกับการเงินและการระดมทุน  เมื่อคุณล้มเหลวในธุรกิจจนมีจำนวนครั้งมากพอที่จะเรียนรู้ความลับของมัน ในลำดับต่อไปคุณจะพบแต่ความสำเร็จ กิจการสามารถเพิ่มยอดขายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งกำลังการผลิตคุณไม่พอต้องซื้อเครื่องจักรใหม่ ขยายโรงงานใหม่ การลงทุนครั้งใหญ่นี้จำเป็นที่คุณต้องเข็นบริษัทเข้าตลาดหุ้นเพื่อขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไป เมื่อคุณเรียนรู้กฎหมายที่เกี่ยวข้องมากพอและนำไปปฏิบัติได้คุณจะสามารถเอาบริษัทของคุณเข้าตลาดหุ้นได้ และเมื่อถึงวันนั้นการระดมทุน 100-1,000 ล้านบาท เพื่อขยายกิจการจึงไม่เป็นเรื่องยากสำหรับคุณอีกต่อไป

     กฎหมายเกี่ยวกับการลงทุนและการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในบรรดาช่องทางการลงทุนทำธุรกิจมากมายนี้ “การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์” ถือได้ว่าเป็นช่องทางการลงทุนและการทำธุรกิจที่ไม่มีวันตายเพราะอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการดำรงชีพของมนุษย์ นอกจากนี้การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์จัดได้ว่าเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงมากทั้งที่มีความเสี่ยงต่ำ แต่ข้อเสียก็คือเป็นการลงทุนที่ใช้เงินค่อนข้างสูง และมีสภาพคล่องต่ำ ในทางปฏิบัติพบว่าคนลงทุนซื้อที่ดินมาแล้วถูกโกงเรื่องเอกสารสิทธิ์บ้าง ถูกรอนสิทธิ์บ้าง  ซื้อมาแล้วพัฒนาเพื่อขายต่อไม่ได้บ้าง เป็นต้น เหล่านี้ก็เป็นความเสียหายซึ่งผู้สนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ควรมีความรู้ด้านกฎหมายเพื่อตรวจสอบที่ดินเหล่านั้นเสียก่อนว่าเอกสารสิทธิ์มีความถูกต้องหรือไม่ สามารถพัฒนาได้หรือไม่ เหล่านี้เป็นต้น ก็จะทำให้การลงทุนของคุณลดความเสี่ยงลงไป

บรรดาหัวข้อกฎหมายธุรกิจที่ผมได้ยกตัวอย่างมาให้ฟังนี้เป็นเรื่องราวหัวข้อกฎหมายหลักๆที่คุณจะต้องรู้ให้พอเพื่อเอาไปใช้ได้ เอาไปคุยกับทนายได้ เพื่อจะได้กำกับควบคุม สื่อสารให้เขาทำงานให้ได้ตามที่คุณต้องการ คุณจะหวังว่าเมื่อจ้างเขาแล้วคุณก็ทิ้งทุกอย่างใส่มือทนายเลยโดยที่ไม่ได้ควบคุมไม่กำกับไม่ได้ เพราะไม่มีใครรู้ปัญหาดีเท่าตัวคุณเอง

                พบกันวันแรกก็พูดจาซะยืดยาวเสียแล้ว ก็ด้วยหวังและปรารถนาที่จะให้ทุกท่านได้เห็นภาพรวมของความจำเป็นที่จะเรียนรู้และใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือป้องกัน กำกับ ควบคุม ความเสี่ยงทั้งหลายในธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ คลอดเป็นความสำเร็จที่ท่านประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจในที่สุด

                และในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ตามประเพณีสงกรานต์ไทย ขอให้ทุกท่านจงมี สติ สมาธิ ปัญญา อำนวยกิจกรรมทุกอย่างด้วยความไม่ประมาท ขอความสำเร็จในกิจธุระจงเป็นของท่านด้วยกันทุกคนเทอญ

วิชิต ศรีบุรินทร์