ทำให้บริษัทเสียหายกรรมการต้องชดใช้

หมวด: 
กฎหมาย
รายละเอียด: 

ทำให้บริษัทเสียหายกรรมการต้องชดใช้

ถ้ากรรมการไม่ยอมปฏิบัติตามมติที่ประชุมของผู้ถือหุ้นยอมรับไม่ได้กับการที่ตัวเองต้องมาเสียรู้เสียรางวัดตกม้าตายเพราะไม่แม่นกฎหมาย จนต้องแพ้มติที่ประชุมของผู้ถือหุ้นตามมาตรา 1185 ก็เลยตีรวนทำเป็นนิ่งเฉยไม่รู้ไม่ชี้แม่งเสียเลยดูสิว่าผู้ถือหุ้นส่วนน้อยมันจะทำยังไงกันต่อไป

ถ้าผมเป็นผู้ถือหุ้นส่วนน้อยผมจะจัดหนักกับกรรมการหัวกลวยแบบนี้โดยยื่นฟ้องทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาให้เข็ดหลาบกันไปข้างหนึ่งสำหรับคดีอาญาผมได้พูดถึงไปหลายครั้งแล้วว่าสามารถที่จะดำเนินคดีกับกรรมการโดยอาศัยมาตรา 353 แห่งประมวลกฎหมายอาญาประกอบพระราชบัญญัติกำหนดความรับผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม มูลนิธิพ.ศ. 2499 ในครั้งนี้จึงไม่ขอเอามาพูดซ้ำอีกแต่จะพูดถึงเรื่องการดำเนินคดีแพ่งโดยเฉพาะ

ในกรณีนี้ถ้าบริษัทมีมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้กรรมการไปดำเนินการกู้ยืมเงินธนาคารเอามาใช้หนี้เงินกู้ยืมกรรมการที่คิดดอกเบี้ยแพงเว่อร์ แล้วกรรมการไม่ยอมไปดำเนินการแบบนี้ถือว่ากรรมการมีความผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1168 มาตรา 1167 มาตรา 812 และมาตรา 420

อธิบายรวมๆได้ว่ากรรมการผู้จัดการมีหน้าที่ต้องบริหารจัดการบริษัทด้วยความระมัดระวังเอื้อเฟื้อสอดส่องดูแลโดยเฉพาะอย่างยิ่งการบังคับให้เป็นไปตามมติที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้นตามมาตรา 1168 (4) การที่กรรมการผู้จัดการเพิกเฉยเป็นเหตุทำให้บริษัทยังคงจะต้องจ่ายดอกเบี้ยให้แก่ตัวของกรรมการเองในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีซึ่งมีสัดส่วนสูงกว่าต้นทุนทางการเงินที่กู้ยืมจากธนาคารที่ต้องจ่ายเพียง 8.5 ต่อปีไปถึงร้อยละ 6.5 ต่อปีคิดคำนวณจากเงินต้น 15 ล้านบาททำให้บริษัทมีความเสียหายปีละไม่น้อยกว่า 0.97 ล้านบาทต่อปี

มาตรา 1168 (4) เขียนเอาไว้ดังนี้

"...มาตรา 1168 ในอันที่จะประกอบกิจการของบริษัทนั้นกรรมการต้องใช้ความเลือกเฟื้อสอดส่องอย่างบุคคลค้าขายผู้ประกอบด้วยความระมัดระวัง

ว่าโดยเฉพาะกรรมการต้องรับผิดร่วมกันในประการต่างๆดังจะกล่าวต่อไปนี้คือ.......
...(4) บังคับการให้เป็นไปโดยถูกต้องตามมติของที่ประชุมใหญ่...."

เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นเพราะเหตุที่กรรมการบริษัทซึ่งต้องถือว่าเป็นตัวแทนไม่ทำการเป็นตัวแทนที่ดีตามมาตรา 1167 มาตรา 812 และมาตรา 420 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จึงต้องรับผิดในความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดชดใช้เงินจำนวน 0.97 ล้านบาทคืนให้แก่บริษัท

มาตรา 1167 มาตรา 812 และมาตรา 420 เขียนเอาไว้ดังนี้ครับ

"...มาตรา 1176 ความเกี่ยวพันในระหว่างกรรมการและบริษัทและบุคคลภายนอกนั้นท่านให้บังคับตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยตัวแทน

มาตรา 812 ถ้ามีความเสียหายเกิดขึ้นอย่างใดใดเพราะความประมาทเลินเล่อของตัวแทนก็ดีเพราะไม่ทำการเป็นตัวแทนก็ดีหรือเพราะทำการโดยปราศจากอำนาจหรือนอกเหนืออำนาจก็ดีท่านว่าตัวแทนจะต้องรับผิด

มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดีแก่ร่างกายก็ดีแกอนามัยก็ดีเสรีภาพก็ดีทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดก็ดีท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น..."

แน่นอนทางปฏิบัติกรรมการผู้จัดการมันคงไม่มีสปิริตถึงขนาดว่าลงลายมือชื่อแต่งทนายความยื่นฟ้องตัวเองให้เมื่อยตุ้มเพราะฉะนั้นหากมีเรื่องราวนี้เกิดขึ้นในบริษัทของคุณจะต้องลุกขึ้นปกป้องสิทธิ์ของคุณเองโดยวิธีการก็ไม่ยากทำให้คุณมีหนังสือบอกกล่าวเล่าเรื่องราวรายละเอียดทั้งหมดไปยังบริษัทแล้วบอกกับบริษัทว่าให้ยื่นฟ้องกรรมการคนนี้ภายใน 15 วันถึง 30 วันโดยทำเป็นจดหมายลงทะเบียนไปรษณีย์ตอบรับพอครบกำหนดระยะเวลาดังกล่าวแล้วบริษัทยังไม่ยื่นฟ้องคุณในฐานะที่เป็นผู้ถือหุ้นแม้เพียงหนึ่งหุ้นสามารถที่จะลงลายมือชื่อแต่งตั้งทนายความยื่นฟ้องกรรมการผู้จัดการบริษัทให้รับผิดชอบชดใช้เงินคืนแก่บริษัทได้ซึ่งกฎหมายได้เขียนให้อำนาจของคุณไว้ในมาตรา 1169 ดังนี้ครับ

"...มาตรา 1169 ถ้ากรรมการทำให้เกิดเสียหายแก่บริษัทๆจะฟ้องร้องเรียกเอาสินไหมทดแทนแก่กรรมการก็ได้หรือในกรณีที่บริษัทไม่ยอมฟ้องร้องผู้ถือหุ้นคนหนึ่งคนใดจะเอาคดีนั้นเห็นว่าก็ได้

อันหนึ่งการเรียกร้องเช่นนี้เจ้าหนี้ของบริษัทจะเป็นผู้เรียกบังคับก็ได้เท่าที่เจ้าหนี้ยังคงมีสิทธิ์เรียกร้องแก่บริษัทอยู่..."

ดังนั้น ผู้ถือหุ้นส่วนน้อยแต่หัวใจไม่มีน้อยอย่างคุณหากถึงเวลาจะต้องแผลงฤทธิ์ให้ผู้ถือหุ้นใหญ่เกรงใจกันบ้างก็อย่าลืมมาตราเหล่านี้นะครับ