ตอนที่ 3 ทำไมต้องเป็นคนรวย 2

หมวด: 
กฎหมาย
รายละเอียด: 

ตอนที่ 3  ทำไมต้องเป็นคนรวย 2

 

                หลายคนเริ่มงงๆว่าคอลั่มน์ “ลุยกฎหมายธุรกิจ” มันเป็นเกี่ยวอะไรกับหน้าที่ของชีวิตบ้าง, เกี่ยวอะไรกับการเป็นคนรวยบ้าง  ก็ขอยืนยันว่ามันเกี่ยวกันแบบแยกไม่ออกเลยทีเดียว และเป็นอะไรที่แม้คุณรู้กฎหมายเป็นเล่มเกวียนหรือต่อให้เรียนไปทั้งชีวิต ให้จบด๊อกเตอร์ทางกฎหมายหลายใบ ก็ไม่ได้หมายความว่าชีวิตนี้จะสำเร็จลงได้ การมีความรู้มากมายจนท่วมหัวนั่นแหละกลับจะทำให้มีอาการทำนองว่าเฝือ คือเอาตัวไม่รอด  มีอาวุธยุทธโทปกรณ์ช่วยเหลือมากมายจนพวกเรียกว่าจอมอุปกรณ์แต่ก็ไม่ชนะ เหมือนที่สหรัฐแพ้สงครามเวียดนาม ก็เห็นๆกันอยู่   เปรียบเสมือนช้างที่มีพละกำลังมหาศาลที่ไม่มีควาญช้างควบคุม  มันก็ไม่ต่างอะไรก็รถยนต์เครื่อง 6 สูบ กำลัง 300 แรงม้า ที่ติดหล่มล้อฟรีนั่นแหละ

                วิชากฎหมายนั่นเปรียบเสมือนดาบ 2 คม ถ้าใช้เป็นอย่างพอดี ก็จะเป็นประโยชน์มากต่อกิจกรรมธุรกิจ แต่ถ้าใช้ไม่เป็นมีโอกาสธาตุไฟเข้าแทรกสูงมาก และอาจตายได้ตลอดเส้นทางของคนทำธุรกิจ  การรู้ว่าหน้าที่ของชีวิตเป็นอย่างไร การรู้ความหมายของคำว่ารวยตามนิยามของคุณ  และรู้แผนที่เดินทางไปให้ถึงขุมทรัพย์ของตัวเอง จึงเป็นอะไรที่ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาทั้งชีวิตไปกับการหลงทาง  

ผมเองก็เป็นคนที่เคยหลงทางมาจนครึ่งชีวิตถ้าผมไม่เจอพ่ออีกครั้งในเวลาที่พอเหมาะและได้รับคำแนะนำที่มีคุณค่าที่สุดชีวิตผมคงจะต้องลองผิดลองถูกอีกนาน              คำพูดของพ่อที่ให้ความหมายคำว่า “คนรวย” เป็นอะไรที่ผมไม่เคยได้ยินจากที่ไหนและผมยังจำได้ทุกรายละเอียดที่พ่อว่า

สมัยที่พ่อยังหนุ่มๆ พ่อไม่เคยคิดว่าจะต้องมีเงินมีทองอะไรมากมาย และพ่อก็ไม่ได้คิดว่ามันสำคัญอะไร ลูกรู้มั๊ยเมื่อก่อนในหมู่บ้านที่พ่ออยู่ทุกคนทำนาปลูกข้าว, หรือไม่ก็ทำไร่ข้าว, ดังนั้น ทุกบ้านจะมีข้าวกินตลอดปี ส่วนกับข้าวแต่ละวันนะหรือก็จะเข้าป่าไปล่าสัตว์บ้าง, ลงน้ำใส่เบ็ด, ทอดแห, ตกปลาบ้าง, หรือไม่ก็เลี้ยงไก่,เลี้ยงปลา,ปลูกผัก ปลูกหญ้า ไว้ทำเป็นอาหาร  หากบ้านไหนหาได้เยอะก็จะแบ่งไปให้บ้านใกล้ๆ ได้ทำกินกัน ดังนั้น อาหารการกินจึงไม่ได้ซื้อขายเลยตลอดทั้งปี พวกเครื่องปรุงก็ใช้วิธีหมักปลาร้าไว้ปรุง ส่วนเกลือก็ใช้ข้าวแลกเอา  การเดินทางไปมาหาสู่พ่อก็ขี่ม้า ขี่เกวียนเทียมวัวควาย ซึ่งพ่อเลี้ยงเอาไว้ใช้เต็มคอก หากเจ็บไข้ได้ป่วยก็ได้สมุนไพรจากตาซึ่งเป็นพรานป่ามือฉมัง เก่งทั้งล่าสัตว์ และหมอยาหม้อ  ดังนั้นการทำหน้าที่สำหรับชีวิตและร่างกายของพ่อ ความร่ำรวยของพ่อในตอนนั้นจึงไม่มีคำว่า ”เงิน” เข้ามาเกี่ยวข้องเลย พ่อจึงทำอาชีพคือทำกิจกรรมต่างๆที่เป็นการเลี้ยงชีพด้วยความสุขสนุกสนาน ทุกคนในหมู่บ้านช่วยเหลือเกื้อกูลกันด้วยความเมตตา ทุกวัน พระ 8 ค่ำ 15 ค่ำ ไม่ว่าจะข้างขึ้นหรือข้างแรม ทุกคนจะหยุดทำงานทำอหารไปทำบุญทำกิจกรรมร่วมกัน  แต่ไม่เกี่ยวกับเงินพ่อนึกไม่ออกเหมือนกันว่าเงินจะเข้ามามีอิทธิพลได้ยังไง     

แต่ถึงวันนี้พ่อยอมรับว่ามันเปลี่ยนไปแบบหน้ามือเป็นหลังตีน เป็นไปตามกฎของธรรมชาติ เงินกลายเป็นสิ่งสำคัญในอันที่จะแลกเปลี่ยนให้ได้มาซึ่ง อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค การสื่อสาร และยานพาหนะ หากลูกคิดว่าจะทำหน้าที่ต่อชีวิตและร่างกายให้ได้อย่างสมบูรณ์  ลูกเลี่ยงไม่ได้ที่จะไม่มีเงินเพราะปัจจุบันนี้ทุกอย่างต้องแลกด้วยเงิน  แม้เงินไม่ได้สำคัญที่สุด แต่เงินช่วยทำให้ลูกปฏิบัติหน้าที่ต่อชีวิตได้ง่ายขึ้น  พ่อเคยใช้ชีวิตที่ต่อต้านการมีเงินมีทอง แต่สุดท้ายพ่อต้องยอมรับว่าธรรมชาติของระบบเศรษฐกิจมันเปลี่ยนไปแล้ว

การทำอาชีพ (กิจกรรมเลี้ยงชีพ) ให้สำเร็จนั้น ขอให้ลูกเข้าใจอีกครั้งว่ามันอาจไม่จำเป็นต้องทำเพื่อเงินก็ได้ หรือมันอาจเกี่ยวข้องกับเงินก็ได้  แต่สำคัญมันอยู่ที่ว่ากิจกรรมนั้นๆมันช่วยให้ลูกปฏิบัติหน้าที่ต่อร่างกาย และจิตใจ ได้อย่างสมบูรณ์นั่นเอง

ที่หลายคนบอกว่าพ่อรวยแล้วพ่อประสบความสำเร็จในการทำมาหาเลี้ยงชีพ  พ่อทำได้ยังไงทั้งๆที่พ่อเป็นคนรุ่นเก่าที่ไม่ต้องใช้เงินเลย เมื่อสถานะการณ์เปลี่ยนไปพ่อปรับตัวได้ยังไง  ส่วนผมนี่ขนาดไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย เกิดมาก็เจอเขาใช้เงินแลกเปลี่ยนกันแล้ว  ชีวิตล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าจนไอ้ความล้มเหลวนี่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผมไปแล้วตอนนี้  พ่อช่วยบอกทางลัดให้ผมที

ทางลัดก็คือทางไม่ลัด  ความล้มเหลวคือส่วนหนึ่งของความสำเร็จ เพราะฉะนั้น หากลูกอยากประสบความสำเร็จในชีวิตแบบพ่อ ลูกจะต้องเดินไปบนทางที่ไม่ลัด  หากลูกบอกว่าได้ล้มเหลวมากแล้วถือว่าเป็นเรื่องดี แต่จะดีกว่านั้นถ้าลูกรู้ว่าลูกได้อะไรจากความล้มเหลว เพราะความลับของการใช้ชีวิต การทำธุรกิจ การทำอาชีพ ซ่อนอยู่ในความล้มเหลวเสมอ      เอาละ ที่พ่อทำอาชีพอยู่บนโลกของความเป็นจริงได้อย่างร่ำรวยแบบพ่อนั้น พ่อใช้เครื่องมือต่อไปนี้

  1. ทำหน้าที่ต่ออาชีพให้สมบูรณ์ ( อาชีพ = กิจกรรมทุกอย่างที่ทำให้ลูกได้ทำในสิ่งที่รัก+เงิน )
  2. ทำให้สภาพคล่องทางการเงินของชีวิต ≥ 0 ( หมายความว่าทำให้รายรับเท่ากับรายจ่าย หรือมากกว่ารายจ่ายนั่นเอง , คนที่จะมีโอกาสเป็นอิสระทางการเงิน/ร่ำรวยที่สุดได้ คือคนที่เริ่มต้นทำให้ CF ชีวิตมีค่า ≥ 0 นั่นเอง )
  3. ใช้ชีวิตแบบพอเพียงให้เหลือเงินออม
  4. ใช้เงินออมลงทุนเป็นอย่างมืออาชีพ (ปลูกไม้ยืนต้นเพื่ออนาคต)
  5. ใช้ประโยชน์จากทฤษฎีทบต้น
  6. ใช้เงินคนอื่นลงทุนให้เป็น (กู้สถาบันการเงิน/เฮีย)
  7. ใช้ 3 วงกลมแห่งศิลปะชีวิต (อิทัปปัจจยตา) ควบคุม 1)-6)   = สำเร็จ  (โคตรรวย)

7 ข้อนี้ขอให้ลูกท่องจำจนขึ้นใจ แล้วนำไปทดลองปฏิบัติ ลูกจะไม่มีทางสำเร็จในครั้งแรกที่ลงมือทำ เพราะในแต่ละข้อมีความลับของมันซ่อนอยู่ ลูกจะต้องล้มเหลว จะต้องชั่วจนถึงครั้งที่ 7 อย่างมีสติ แล้วลูกจะพบว่า ความลับมันซ่อนอยู่ที่ปลายจมูกซึ่งหากไม่สังเกตดีๆลูกจะไม่มีทางเห็นมัน

นี่เป็นบทสนทนาระหว่างผมกับพ่อในครั้งนั้น แม้จะผ่านมาร่วม 10 ปี แต่ผมยังจำได้ขึ้นใจ  และผมได้ใช้มันส่องนำทางชีวิตผมตลอดมา