การถอดถอนกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทโดยกรรมการไม่ยินยอม

ในการถอดถอนกรรมการผู้มีอำนาจลงนามของบริษัทโดยกรรมการไม่ยินยอม หากจะดำเนินการโดยอาศัยมติที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นซึ่งผู้ถือหุ้นจำนวน 1 ใน 5 ร้องขอให้เรียกประชุมและเป็นผู้นัดเรียกประชุมเอง ตามระเบียบการจดทะเบียน บจก. พ.ศ.2554 ข้อ 84 (4) นั้น ไม่ทราบว่ามีรายละเอียดและขั้นตอนอย่างไรบ้างที่ต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายและนายทะเบียนรับคำขอจดทะเบียน

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ปพพ.) ประกอบระเบียบสำนักงานทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทกลางว่าด้วยการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท พ.ศ.2554 กำหนดขั้นตอนและวิธีการไว้ดังนี้

1.ให้ผู้ถือหุ้นจำนวนหนึ่งในห้าทำหนังสือบอกกล่าวแจ้งความประสงค์ขอประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นหรือไปยังกรรมการบริษัท โดยระบุวาระที่ประสงค์ให้กรรมการเรียกประชุม ตาม ปพพ. มาตรา 1173 "มาตรา 1173 การประชุมวิสามัญจะต้องนัดเรียกให้มีขึ้นในเมื่อผู้ถือหุ้น มีจำนวนหุ้นรวมกัน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าแห่งจำนวนหุ้นของบริษัทได้เข้าชื่อกันทำหนังสือร้องขอให้เรียกประชุม เช่นนั้น ในหนังสือร้องขอนั้นต้องระบุว่าประสงค์ให้เรียกประชุมเพื่อการใด"

2. หากครบกำหนด 30 วันแล้วกรรมการไม่เรียกประชุมวิสามัญ ผู้ถือหุ้นหนึ่งในห้าที่ทำ

หนังสือร้องขอสามารถเรียกประชุมวิสามัญเองได้ โดยมีขั้นตอนตาม 2.1-2.3 ทั้งนี้ ตาม ปพพ.มาตรา 1174

"มาตรา 1174 เมื่อผู้ถือหุ้นยื่นคำร้องขอให้เรียกประชุมวิสามัญ ดั่งที่กล่าวมาในมาตราก่อน นี้แล้ว ให้กรรมการเรียกประชุมโดยพลัน ถ้าและกรรมการมิได้เรียกประชุมภายในสามสิบวันนับ แต่วันยื่นคำร้องให้ผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งเป็นผู้ร้อง หรือผู้ถือหุ้นคนอื่น ๆ รวมกัน ได้จำนวนดั่งบังคับ ไว้นั้นจะเรียกประชุมเองก็ได้"

2.1.ผู้ถือหุ้นหนึ่งในห้าทำหนังสือบอกล่าวเรียกประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ส่งไปยังผู้ถือ หุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนผู้ถือหุ้น(บอจ.5)โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับและประกาศ หนังสือพิมพ์ โดยข้อความในหนังสือบอกกล่าว และในประกาศหนังสือพิมพ์นั้น ต้องระบุว่าจะจัด ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวัน/เวลา/สถานที่ใด และมีวาระการประชุมอย่างไรบ้าง ซึ่งต้องระบุให้ ถูกต้องและครบถ้วน ตาม ปพพ.มาตรา 1175 "มาตรา 1175 คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ให้ลงพิมพ์โฆษณาในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่อย่างน้อยหนึ่งคราวก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน และส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ ถือหุ้นทุกคนที่มีชื่อในทะเบียนของบริษัทก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน เว้นแต่เป็นคำบอก กล่าวเรียกประชุมใหญ่เพื่อลงมติพิเศษ ให้กระทำการดังว่านั้นก่อนวันนัดประชุมไม่น้อยกว่า สิบสี่วัน คำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่นั้น ให้ระบุสถานที่ วัน เวลา และสภาพแห่งกิจการที่ จะได้ประชุมปรึกษากัน และในกรณีที่เป็นคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ เพื่อลงมติพิเศษให้ระบุ ข้อความที่จะนำเสนอให้ลงมติด้วย" โดยการประชุมเพื่อลงมติให้ปลดกรรมการและเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการนั้นใช้มติธรรมดา(คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งหรือตามจำนวนที่ข้อบังคับของบริษัทกำหนด) จึงบอกกล่าวและประกาศหนังสือพิมพ์ล่วงหน้าเพียงเจ็ดวัน และในหนังสือบอกล่าวและประกาศหนังสือพิมพ์นั้นต้องระบุวาระการประชุมอย่างน้อย ดังต่อไปนี้

วาระที่ 1 รับรองรายงานการประชุมครั้งที่ผ่านมา

วาระที่ 2 พิจารณาอนุมัติการปลดกรรมการและการแก้ไขเพิ่มเติมจำนวนกรรมการ ของบริษัท

วาระที่ 3 พิจารณาอนุมัติการแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหรือกรรมการซึ่งลงชื่อผูกพันบริษัท

วาระที่ 4 พิจารณาเรื่องอื่นๆ

2.2.เมื่อครบกำหนดในหนังสือบอกกล่าวให้จัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ตามวัน/เวลา/สถานที่ และดำเนินการตามวาระการประชุมที่แจ้ง โดยมีลำดับ ดังนี้

1) เมื่อถึงเวลาที่กำหนดและมีผู้ถือหุ้นมาประชุมไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 (หนึ่งในสี่)  (หรือไม่น้อยกว่าตามที่ข้อบังคับของบริษัทกำหนด) ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุม และ ให้เริ่มทำการประชุมได้ ทั้งนี้ตาม ปพพ.มาตรา 1178 และ 1179

"มาตรา 1178 ในการประชุมใหญ่ ถ้าไม่มีผู้ถือหุ้นมาเข้าประชุมรวมกันแทนหุ้นได้ถึงจำนวนหนึ่งในสี่แห่งทุนของบริษัทเป็นอย่างน้อยแล้ว ท่านว่าที่ประชุมอันนั้นจะปรึกษากิจการอันใดหาได้ไม่" "มาตรา 1179 การประชุมใหญ่เรียกนัดเวลาใด เมื่อล่วงเวลานัดนั้นไปแล้วถึงชั่วโมงหนึ่ง จำนวนผู้ถือหุ้นซึ่งมาเข้าประชุมยังไม่ครบถ้วนเป็นองค์ประชุมดั่งบัญญัติไว้ใน มาตรา 1178 นั้นไซร้ หากว่าการประชุมใหญ่นั้นได้เรียกนัดเพราะผู้ถือหุ้นร้องขอ ท่านให้เลิกประชุม ถ้าการประชุมใหญ่นั้นมิใช่ชนิดซึ่งเรียกนัดเพราะผู้ถือหุ้นร้องขอให้  ท่านให้เรียกนัดใหม่อีกคราวหนึ่งภายในสิบสี่วัน และการประชุมใหญ่ครั้งหลังนี้ท่านไม่บังคับว่าจำต้องครบองค์ประชุม"

2) ให้ประธานในการประชุม ดำเนินการประชุมตามวาระการประชุม โดยประธานคือบุคคลตามที่ ปพพ.มาตรา 1180 กำหนด "มาตรา 1180 ในการประชุมผู้ถือหุ้นทั่วไปเป็นประชุมใหญ่ทุก ๆ ครั้ง ให้ผู้เป็นประธานในสภากรรมการนั่งเป็นประธาน ถ้าประธานกรรมการเช่นว่านี้ไม่มีตัวก็ดี หรือไม่มาเข้าประชุมจน ล่วงเวลานัดไปแล้วสิบห้านาทีก็ดี ให้ผู้ถือหุ้นทั้งหลายซึ่งอยู่ในที่นั้น เลือกผู้ถือหุ้นคนหนึ่งในจานวนซึ่งมาประชุมขึ้นนั่งเป็นประธาน"

3) สาหรับการนับคะแนนต้องนับโดยวิธีชูมือ (หนึ่งคนต่อหนึ่งเสียง) เว้นแต่ ผู้ถือหุ้นสองคนเป็นอย่างน้อยจะร้องขอให้ลงคะแนนลับ (นับเสียงตามจำนวนหุ้น) ทั้งนี้ตาม ปพพ.มาตรา 1190 และ 1192 (เว้นแต่ข้อบังคับของบริษัทจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น) "มาตรา 1190 ในการประชุมใหญ่ใด ๆ ข้อมติอันเสนอให้ลงคะแนน  ท่านให้ตัดสินด้วยวิธีชูมือ เว้นแต่เมื่อก่อนหรือในเวลาที่แสดงผลแห่งการชูมือนั้นจะได้มีผู้ถือหุ้นสองคนเป็นอย่างน้อยติดใจร้องขอให้ลง คะแนนลับ"

"มาตรา 1192 ถ้ามีผู้ติดใจร้องขอโดยชอบให้ลงคะแนนลับ การลงคะแนนเช่นนั้นจะทาด้วยวิธีใดสุดแล้วแต่ผู้เป็นประธานจะสั่ง"

2.3 เมื่อประชุมแล้วเสร็จให้จัดทำรายงานการประชุมโดยประธานในที่ประชุมรับรอง และ ต้องมีบัญชีรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนลงลายมือชื่อไว้เพื่อเก็บแนบท้ายรายงานการประชุมด้วย

3.จัดทำเอกสารคำขอจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงกรรมการตามแบบพิมพ์ของกระทรวงพาณิชย์

โดยผู้ที่ลงนามในคำขอจดทะเบียนคือกรรมการที่มีอำนาจลงนามซึ่งที่ประชุมผู้ถือหุ้นลงมติแต่งตั้งใหม่ พร้อมกับแนบเอกสารประกอบตามที่ ระเบียบสานักงานทะเบียนฯ พ.ศ.2554 ข้อ 84(4) กำหนด  "ข้อ ๘๔(๔) การขอจดทะเบียนโดยอาศัยมติที่ประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นซึ่งผู้ถือหุ้นจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่า หนึ่งในห้าแห่งจำนวนหุ้นของบริษัทร้องขอให้เรียกประชุม และเป็นผู้นัดเรียกประชุมเอง ให้ผู้ขอ จดทะเบียนส่งหลักฐานประกอบคำขอจดทะเบียน ดังต่อไปนี้

(๔.๑) สำเนาหนังสือของผู้ถือหุ้นจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าแห่งจำนวนหุ้นของบริษัท ที่ร้องขอให้คณะกรรมการเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น พร้อมด้วยหลักฐานการส่งหนังสือร้องขอให้ เรียกประชุมนั้นไปยังคณะกรรมการ หรือหลักฐานที่คณะกรรมการได้รับหนังสือร้องขอ

(๔.๒) หนังสือพิมพ์ที่ลงพิมพ์โฆษณาคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น

(๔.๓) สำเนาหนังสือบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาเรื่องกรรมการ หรืออำนาจกรรมการ พร้อมด้วยหลักฐานการส่งหนังสือบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นทางไปรษณีย์ ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคนหรือหลักฐานการรับทราบการเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น แล้วแต่กรณี

(๔.๔) สำเนารายงานการประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นที่ปรากฏมติแต่งตั้งกรรมการ หรือกำหนด อำนาจกรรมการตามที่ขอจดทะเบียน

(๔.๕) สำเนารายชื่อซึ่งปรากฏลายมือชื่อ ผู้ถือหุ้นที่ได้เข้าประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น"

4.เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอจดทะเบียนแล้ว หากเอกสารประกอบการจดทะเบียนครบถ้วนตาม ข้อ 84(4) นายทะเบียนจะพิจารณาจดทะเบียนตามข้อ 85 "ข้อ 85  ถ้านายทะเบียนได้รับคาขอจดทะเบียนกรรมการ หรือแก้ไขเพิ่มเติมอำนาจกรรมการที่มิได้ลงลายมือชื่อโดยกรรมการผู้มีอำนาจทาการแทนบริษัทตามที่จดทะเบียนไว้เดิมตามข้อ 83วรรคหนึ่ง ให้นายทะเบียนมีหนังสือส่งทางไปรษณีย์ตอบรับแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับการขอจดทะเบียนนั้นไปยังกรรมการผู้มีอำนาจทาการแทนบริษัทตามที่จดทะเบียนไว้เดิม หรือกรรมการผู้ที่ถูกจดทะเบียนให้ออกจากตำแหน่งหรือผู้คัดค้านการจดทะเบียนแล้วแต่กรณีด้วยทุกครั้ง ทั้งนี้ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอดังกล่าว ถ้าผู้ที่นายทะเบียนได้มีหนังสือแจ้งให้ทราบตามความในวรรคหนึ่งมิได้มีหนังสือคัดค้านต่อนายทะเบียนภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ลงในหนังสือแจ้ง หรือไม่ได้มีกรรมการหรือผู้ถือหุ้นอื่นหรือผู้มีส่วนได้เสียคัดค้านการจดทะเบียนไว้ก่อน หรือมีการคัดค้านแต่คำคัดค้านนั้นไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ขอจดทะเบียนหรือคำคัดค้านนั้นฟังไม่ขึ้น และในระหว่างพิจารณาไม่ปรากฏแก่นายทะเบียนว่าศาลมีคำสั่งห้ามมิให้นายทะเบียนรับจดทะเบียนเป็นการชั่วคราวหรือมีคำสั่งศาลในทานองเดียวกัน ก็ให้นายทะเบียนพิจารณาคำขอจดทะเบียนต่อไป ในกรณีที่ข้อเท็จจริงของคู่กรณีทั้งสองฝ่ายไม่มีหลักฐานชัดเจนเพียงพอที่จะวินิจฉัยได้ว่าฝ่ายใดดำเนินการถูกต้อง ให้นายทะเบียนรอคำวินิจฉัยประเด็นดังกล่าวจากคำพิพากษาหรือคำสั่งศาล" ดังที่ได้อธิบายมาแล้วข้างต้นจะเห็นได้ว่าขั้นตอนและกระบวนการในการเอากรรมการออกจากตำแหน่งนั้นค่อนข้างที่จะยุ่งยาก และต้องใช้เวลาพอสมควร และการดำเนินการดังกล่าว ผู้ถือหุ้นกลุ่มที่ต้องการถอดถอนกรรมการจะต้องมั่นใจว่าหากเมื่อจัดประชุมแล้วฝ่ายตนจะมีคะแนนเสียงเอาชนะฝ่ายที่สนับสนุนกรรมการได้ นอกจากนี้แม้จะได้ปฏิบัติครบถ้วนตามข้อ 1. ถึงข้อ 3.ที่ได้อธิบายไว้ก็ยังพบอีกว่าในชั้นของการนาคำขอจดทะเบียน ไปยื่นต่อนายทะเบียนหากมีผู้ถือหุ้นคนใดหรือกรรมการที่ถูกถอดถอนยื่นคำคัดค้านเข้ามาและนายทะเบียนพิจารณาว่าต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลก่อนจึงจะรับจดทะเบียนให้ (ซึ่งในทางปฏิบัตินายทะเบียนต้องระมัดระวังในการใช้อำนาจของตนอยู่แล้วเพราะหากสั่งให้รับจดทะเบียนไปโดยที่ยังมีข้อคัดค้านกันอยู่นั้นนายทะเบียนอาจถูกฟ้องคดีได้เพราะฉะนั้นส่วนมากหากมีการคัดค้านนายทะเบียนจะให้รอจนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลมาประกอบ)  ที่กล่าวมาทั้งหมดกำลังจะบอกท่านว่าการดำเนินการถอดถอนกรรมการตามวิธีการข้างต้นเป็นเพียงมาตรการหนึ่งที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาในการจัดการกับกรรมการ เพราะมาตรการที่ใช้สำหรับกรณีที่กรรมการทุจริตหรือบริหารจัดการบริษัทไม่ถูกต้องตามข้อกฎหมาย มีมากมายหลายวิธีทั้งมาตรการทางแพ่งและทางอาญา โดยท่านต้องตรวจสอบเบาะแสที่กรรมการอาจกระทำการทุจริตหรือบริหารจัดการบริษัทโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เช่น

1) การจัดทาบัญชีหรืองบการเงินนั้นเป็นเท็จ

2) การไซฟ่อนเงินออกจากบริษัท

3) การจัดทารายงานการประชุมหรือเอกสารอื่นของบริษัทอันเป็นเท็จ

4) การจ่ายบำเหน็จให้แก่ตนเองโดยมิชอบ หรือ

5) การบริหารจัดการบริษัทไม่ถูกต้องตามข้อกฎหมายอื่น เป็นต้น

ที่กล่าวข้างต้นทั้งหมดเป็นเพียงตัวอย่างเท่านั้น ซึ่งหากมีเหตุการณอย่างหนึ่งอย่างใดตาม

1)-5) เกิดขึ้น และท่านซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทได้รับความเสียหายจากการกระทำนั้น แม้จะถืออยู่เพียงหุ้นเดียวก็สามารถจัดการกรรมการบริษัทที่กระทำความผิดดังกล่าวเข้าคุกได้ ทุกปัญหาย่อมมีทางออก หากท่านสงสัยเกี่ยวกับประเด็นเพิ่มเติม สามารถติดต่อที่ปรึกษาได้โดยตรงที่ คุณดนุพล ตาขุมเหล็ก เบอร์โทรศัพท์ 02-9209886

จึงเรียนมาเพื่อทราบ

ขอแสดงความนับถือ

นายสติ บริษัท กฎหมายสติและวิชิต จำกัด

 

 

หมายเหตุ : ข้อคิดเห็นที่นำเสนอข้างต้นเป็นเพียงแนวทางเพื่อให้ค้นหาเพิ่มเติม ควรนำไปเปรียบเทียบข้อเท็จจริงทางธุรกิจ กฎหมายที่เกี่ยวข้องก่อนนำไปปรับใช้


ติดตามบทความ สาระความรู้ด้านบัญชี ภาษี การเงิน หลักสูตรอบรมที่หลากหลาย และ application ช่วยในการทำธุรกิจที่โดนใจ ใช้ประโยชน์ได้จริงที่
คอร์สอบรมออนไลน์ คลิ๊ก : http://www.bis-online.com
Facebook คลิ๊ก : https://www.facebook.com/Fpmbusinessadvisor
Line@ คลิ๊ก : https://line.me/R/ti/p/%40ovt7363x