ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายเงินโอนเงินค่าบริการไปต่างประเทศ

สวัสดีครับรบกวนสอบถามเกี่ยวกับ การหักภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีการจ่ายเงินโอนเงินค่าบริการ ไปต่างประเทศ

มีโอกาสคุยกับท่านที่ทำธุรกิจทำวิจัย โดยนำผลวิจัยมาใช้กับลูกค้าของเขาเองในประเทศไทย

โดยเขาแจ้งว่า "การจ่ายค่าบริการไปต่างประเทศ กฎหมายกรมสรรพากรกำหนดให้หักภาษีนำส่งกรม 15% ก่อน Vat
และการบริการต้องเกิดขึ้นที่เมืองไทยเท่านั้น"

"ผู้ให้บริการอยู่ต่างประเทศ ไม่ได้มาทำธุรกรรมที่เมืองไทย ฉะนั้นการจ่ายเงินไปให้บริษัทที่ต่างประเทศไม่ต้องหักภาษี 15%นำส่งกรมสรรพากร"

ตัวอย่างเช่น:-

1. บริษัท ตั้งใจขาย จำกัด ให้บริการตรวจสมองคนว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ โดยสแกนคลื่นสมองของลูกค้า แล้วส่งผลการสแกนไปวิเคราะห์ที่บริษัท Brian storm Co., Ltd. ที่ ประเทศฮ่องกง โดยทางบริษัทที่ฮ่องกงจะส่งผลกลับมาที่บริษัท ตั้งใจขาย และ บริษัทที่ไทย จะส่งผลให้ลูกค้า การจ่ายเงินคือ ลูกค้า จ่ายให้บริษัทตั้งใจขาย 10000 รวม แวท ส่วนบริษัทตั้งใจขายก็จะจ่ายค่าวิเคราะห์ไปยังบริษัท Brain Storm 6000 net โดยไม่ต้องหัก ณ ที่จ่าย 15%

เคสนี้ถือว่าทำถูกต้องหรือเปล่าครับ?

อีกเคสนึง

บริษัท กอไก่ จ้างช่างเทคนิคจากบริษัท A ant จากประเทศฮ่องกง มาซ่อมแซมเครื่องมือ ที่บริษัท กอไก่ หลังจากซ่อมเสร็จช่างก็จะเดินทางกลับเลย และบริษัท กอไก่ ก็จะจ่ายเงินค่าบริการไปยัง บริษัท A Ant จำนวน 25000 net โดยหัก ณ ที่จ่าย 15% (25000*15%) ส่งสรรพากร เองต่างหาก เพราะบริษัท A Ant ไม่ให้หัก

เคสนี้ทำถูกต้องหรือเปล่าครับ?

ขอบคุณครับ

มาแล้วครับหลังจากหายไปค้นหาคำตอบเด็ด เพื่อนำมาใช้สำหรับคำถามโดนๆ คำถามนี้ทำให้ต้องรื้อค้นเอกสารจนกระจุยกระจายไปทั้งที่บ้านและออฟฟิศ ทำเอาแม่บ้านมองค้อนเพราะต้องทำความสะอาดบ้านหนักขึ้นไปอีก 555 สงสัยจะอดได้แต๊ะเอีย! 

เพลานี้ได้ฤกษ์งามวันตรุษจีนขอหยิบเอามาตอบให้เฮงๆ กันไปทั่วหน้านะครับ ซินเจียยู่อี่ ซิ้นนี้ฮวดใช้ มั่งมีเงินทอง แข็งแรงทั้งกายและใจครับ

     

ก่อนตอบคำถามขอหยิบเอาประเด็นที่ใช้ในการพิจารณาว่า จะต้องเสียภาษีเงินได้ให้กับสรรพากรไทยใจเด็ดของเราหรือไม่มีองค์ประกอบสำคัญ 3 ตัวคือ

1. เป็นคน
2. ได้รับเงินได้
3. เงินได้นั้นไม่ได้รับยกเว้นภาษี

หากดูจากเงื่อนไข 3 ข้างต้นคงจะสรุปได้ไม่ยากว่า บริษัทต่างประเทศที่ได้รับเงินค่าวิจัยผลการสแกนสมอง เข้าเงื่อนไขอย่างน้อย 2 ข้อไปแล้ว ส่วนข้อที่ 3 ฟันธงได้เลยว่าเงินได้ค่าบริการนั้นไม่ได้รับยกเว้นต้องนำมาเสียภาษีเงินได้แน่นอน แต่การที่บริษัทต่างชาติไม่ได้เข้ามาตั้งสถานประกอบการอยู่ในประเทศไทยทำให้การจัดเก็บภาษียากขึ้นไปอีก คุณสรรพ์เลยมอบหมายให้บริษัทผู้จ่ายเงินได้มีหน้าที่จัดเก็บภาษีแทนผ่านชื่อที่คุ้นหูกันคือ หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

มาดูต่อนะครับ คำตอบมันยาว พี่มาร์คแกไม่ยอมรับ เลยต้องแบ่งเป็นหลายตอนหน่อย 
ก่อนตอบคำถาม เราจะต้องเข้าใจรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้ครบถ้วนก่อน เพื่อไม่ให้หลุดรอดจนไปโดนบ่วงภาษีรัดคอ สำหรับกรณีการจ่ายเงินได้ให้กับนิติบุคคลต่างประเทศจะมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลักหลักคือ

1. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70
2. ภาษีมูลค่าเพิ่มเกี่ยวกับการให้บริการหรือการใช้บริการในประเทศไทย
3. อนุสัญญาว่าด้วยการยกเว้นการเก็บภาษีซ้อน

ข้อที่ 1 กับข้อที่ 2 เป็นคนละเรื่องกันต้องดูทั้งสองข้อ สำหรับข้อที่ 1 หากผ่านด่านได้ก็ไม่ต้องเสียภาษีไม่ต้องดูข้อ 3 แล้ว แต่ถ้าข้อ 1 ไม่ผ่านค่อยมาดูข้อ 3 ว่าอนุสัญญาฯ กำหนดยกเว้นหรือไม่ ส่วนข้อ 2 แม้จะไม่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ภาษีมูลค่าเพิ่มยังไงก็ต้องดูเพราะเป็นคนละเรื่องกัน ตอนนี้เรามาดูมาตรา 70 เพราะว่าพี่มาตเค้าบอกเรื่องนี้ไว้ยังไงบ้าง

มาตรา 70 บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายของต่างประเทศ มิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย แต่ได้รับเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40 (2)(3) (4) (5) หรือ (6) ที่จ่ายจากหรือในประเทศไทย ให้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้นเสียภาษี โดยให้ผู้จ่ายหักภาษีจากเงินได้พึงประเมินที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้ สำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลแล้วนำส่งอำเภอท้องที่พร้อมกับยื่นรายการตามแบบที่อธิบดีกำหนด ภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นเดือนของเดือนที่จ่ายเงินได้พึงประเมินนั้น ทั้งนี้ ให้นำมาตรา 54 มาใช้บังคับโดยอนุโลม 
จากมาตรานี้แปลได้ว่านิติบุคคลไทย จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย หากจ่ายเงินได้ที่เข้าเงื่อนไข 

(1) จ่ายเงินได้จากการรับทำงานให้ มาตรา 40 (2)
(2) จ่ายเงินได้ค่าแห่งลิขสิทธิ์ มาตรา 40 (3)
(3) จ่ายเงินได้ดอกเบี้ย เงินปันผลฯลฯ มาตรา 40 (4)
(4) จ่ายค่าเช่า มาตรา 40 (5)

เหลืออีก 2 ตอน เริ่มกันเลยนะ

ร่ายมายาวคงพอจะเห็นภาพ ตอนนี้มาดูคำตอบกันเลยดีกว่า

1. จากคำถามแรก สิ่งที่เราต้องวิเคราะห์ให้ได้คือ เงินได้ที่จ่ายไปให้กับบริษัท Brain Strom เป็นเงินได้วงเล็บไหน หากเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (1) – (5) ก็ต้องหัก หากไม่ใช่ก็ไม่ต้องหัก
หากบริษัท Brain Strom ที่จัดตั้งในฮ่องกงประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการวิเคราะห์คลื่นสมองให้กับลูกค้าโดยทั่วไปไม่ว่าจะเป็นบริษัทฮ่องกง หรือบริษัทในประเทศอื่น และมีการลงทุนในสำนักงาน, มีพนักงานฯลฯ จะถือเป็นเงินได้จากการพาณิชย์ตามมาตรา 40 (8) จึงไม่เข้าเงื่อนไขต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายแต่อย่างใด

สรุปว่าการที่ไม่ได้หักภาษี ณ ที่จ่าย ถือว่าไม่ผิดเพราะไม่เข้าเงื่อนไขที่ต้องหัก แต่เหตุผลที่อธิบายน่าจะไม่ถูกต้องนัก แต่ปัญหาที่มักเกิดคือคุณสรรพ์อาจจะเห็นว่าเป็นเงินได้ประเภทอื่น ทำให้มีแนวทางพิจารณาว่าต้องหักฯ ซึ่งหากมีปัญหาคงต้องชี้แจงข้อเท็จจริงให้ยอมรับกันต่อไป

2. กรณีของบริษัท A Ant จะแตกต่างจากกรณีแรก เพราะ A Ant ส่งพนักงานเข้ามาทำงานในประเทศไทย ทำให้อาจจะกลายเป็นการประกอบกิจการในประเทศไทย กรณีนี้จะต้องดูว่าการเข้ามาทำงานในประเทศไทยเป็นระยะเวลานานแค่ไหน หากเข้ามาทำงานเกิน 180 วันต่อปี จะถือว่าประกอบกิจการในประเทศไทย จะหักภาษี ณ ที่จ่ายเหมือนกรณีที่จ่ายให้บริษัทไทย

หากส่งเข้าพนักงานเข้ามาทำงานระยะเวลาสั้นๆ เช่น 1 สัปดาห์ 1 เดือน ไม่ถือว่าประกอบกิจการในประเทศไทย การจ่ายเงินให้กับบริษัท A Ant ก็จะเหมือนกับกรณีแรก คือต้องพิจารณาว่าเป็นการจ่ายเงินได้ประเภทใดเข้าเงื่อนไขต้องหักฯ หรือไม่ 

จากข้อมูลดูเหมือนว่าผู้ให้บริการในต่างประเทศไม่ยอมให้หัก เราจึงต้องออกภาษีหัก ณ ที่จ่าย เพื่อนำส่งตามปกติ กรณีนี้ภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่เราออกแทนไม่สามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลของกิจการได้หากต้องการจะนำภาษีที่ออกแทน จะต้องระบุสัญญาจ้างว่าผู้รับจ้างรับภาระภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือให้ออกใบเสร็จรับเงินรวมภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้เรียบร้อย 
สุดท้ายแม้จะต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ก็อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจว่าต้องหัก เราจะต้องกลับไปดูอนุสัญญาว่าด้วยการยกเว้นภาษีซ้อนว่าประเทศไทยทำไว้กับประเทศของผู้รับเงินหรือไม่ และมีกำหนดยกเว้นเรื่องการหักภาษี ณ ที่จ่ายไว้หรือไม่หากมีการยกเว้นก็เท่ากับว่าไม่ต้องหัก และนำส่ง

ประเด็นที่ไม่ได้ถามแต่ขอตอบเพิ่มเติมคือการจ่ายเงินไปให้กับบริษัท Brain Strom เป็นการจ่ายค่าวิจัย และนำผลวิจัยนั้นมาส่งมอบให้ลูกค้าในประเทศ ถือเป็นการให้บริการที่ทำในต่างประเทศใดแต่มีการใช้บริการนั้นในประเทศไทยผู้จ่ายเงินได้จะต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยแบบ ภพ. 36 ภายใน 15 วันนับจากวันสิ้นเดือนตามมาตรา 78/1

มาตรา 78/1 ภายใต้บังคับมาตรา 78/3 ความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มที่เกิดจากการให้บริการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(3) การให้บริการที่ทำในต่างประเทศและได้มีการใช้บริการนั้นในราชอาณาจักร ให้ความรับผิดทั้งหมดหรือบางส่วนเกิดขึ้นเมื่อได้มีการชำระราคาค่าบริการทั้งหมดหรือบางส่วนแล้วแต่กรณี

เมื่อนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มจากการใช้บริการในประเทศไทยแล้ว หากผู้จ่ายเงินจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถนำหลักฐานใบเสร็จรับเงินของกรมสรรพากรมาขอคืนภาษีมูลค่าเพิ่มได้

ประเด็นสำคัญที่มักจะก่อให้เกิดความผิดพลาดทางด้านภาษีอยู่บ่อยๆ คือหลายคนจะเข้าใจว่าภาษีมูลค่าเพิ่มเป็นเรื่องของผู้ขายสินค้าและผู้ให้บริการที่จะต้องเรียกเก็บ และนำส่ง ผู้ซื้อหรือผู้รับบริการไม่เกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่กรณีที่เราจ่ายเงินให้กับผู้ขายสินค้าหรือผู้ให้บริการในต่างประเทศ คุณสรรพ์กำหนดให้ผู้จ่ายเงินมีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มแทนผู้ขาย เรื่องนี้ต้องระวังให้ดีเพราะมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นจนทำให้ต้องเสียเบี้ยปรับและเงินเพิ่มกันมามากแล้ว สามารถศึกษาคำวินิจฉัยเพิ่มเติมได้ตามรายละเอียดด้านล่าง

http://www.rd.go.th/publish/38528.0.html
http://www.rd.go.th/publish/52521.0.html
http://www.rd.go.th/publish/30755.0.html
หวังว่าคำตอบจะเป็นประโยชน์ และตัดสินใจได้อย่างมีความสุขฉลองตรุษจีนนะครับ