การจัดตั้งสำนักงานในคอนโด

เรียน อ.มิตรทอง

ผมมีเรื่องอยากเรียนปรึกษาอาจารย์ 3 กรณีครับ

1. เจ้านายมีคอนโด อยู่ที่ จ.เชียงใหม่ ต้องการให้ภรรยาที่ไม่ได้จดทะเบียนใช้เป็นสถานที่จดทะเบียนจัดตั้งบริษัท เพื่อไปรับงานบริหารคลินิค

คำถามคือ

1. สามารถใช้ condo เป็นที่จดทะเบียนบริษัทได้หรือเปล่าครับ (ถ้าได้มีเงือนไขอย่างไรครับ, ปัจจุบันเป็นที่พักอาศัย และไม่ได้คิดจะมีเครื่องใช้สำนักงานใดๆ)

2. ถ้าสามารถใช้สถานที่ได้ นอกจากทำหนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่แล้ว จำเป็นต้องคิดค่าเช่าหรือเปล่าครับ มีผลกระทบอะไรทางด้านภาษี บุคคลธรรมดาบ้างครับ ระหว่างคิดหรือไม่คิดค่าเช่า ขบวนการที่ถูกต้องเป็นอย่างไร

2. ทางบริษัทประกอบธุรกิจออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และได้จับมือร่วมกับโรงงานผลิตในประเทศไทย ได้ออกแบบสินค้าให้ลูกค้าซึ่งเป็นชาวสวีเดน 1 รายการ โดยมีข้อตกลงว่า บริษัทไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายในการออกแบบใดๆ ทั้งสิ้น แต่ลูกค้าจะต้องชำระเงิน US$1 ต่อ 1 ชิ้นการผลิตเป็นค่าลิขสิทธิ์โดยทางโรงงานจะสรุปยอดให้ในแต่ละเดือน และทางบริษัทก็จะส่ง invoice เรียกเก็บเงินไปยังลูกค้าต่างประเทศ

คำถามคือ

1.      มีภาษีส่วนไหนที่เกี่ยวข้องบ้างครับ

2.      เอกสารที่เกี่ยวข้องต้องมีอะไรบ้าง ปัจจุบันมีเพียงหนังสือสัญญาระหว่างบริษัทกับลูกค้าที่มีการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าวไว้

3.      ขั้นตอนที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร

3. แฟนเป็นพยาบาล(มีใบประกอบวิชาชีพ) ปัจจุบันทำงานอยู่กับโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่ไม่ได้ทำหน้าที่พยาบาลปฎิบัตการ และได้รับงานเป็นที่ปรึกษาด้านคุณภาพให้กับโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง

คำถามคือ

1.      กรณีที่รับงานที่ปรึกษา ปกติจะเป็นเงินได้ประเภท ที่ 2 แต่เนื่องจากเป็นพยาบาลสามารถทำให้เข้าเงื่อนไข ประเภทที่ 6 ได้หรือเปล่าครับ เพราะจะทำให้หักค่าใช้จ่ายได้ 60% ใช่ไหมครับ

2.      ถ้าได้ต้องทำอย่างไรบ้างครับ

ขอบคุณอาจารย์ล่วงหน้าครับ

 

1. การจดทะเบียนตั้งบริษัท รวมถึงการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถดำเนินการได้เพราะปพพ. ไม่มีข้อกำหนดห้ามแต่อย่างใด แต่ประเด็นที่ต้องพิจารณาคือ กฎ ระเบียบของอาคารชุด ส่วนใหญ่อาจจะมีข้อบังคับห้ามมิให้เจ้าของห้องชุดใช้ห้องชุดของตนเป็นที่ตั้งสำนักงานของห้างหุ้นส่วนบริษัท ซึ่งหากมีข้อห้ามเหล่านี้อาจจะทำให้เจ้าหน้าที่ไม่รับจดทะเบียนให้ได้ครับ ลองตรวจสอบกับนิติบุคคลอาคารชุดดูนะครับ

2. การที่เจ้าของห้องชุด นำห้องชุดให้บริษัทใช้เป็นสำนักงาน หากใช้ในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ไม่ได้ใช้เป็นสถานที่ประกอบการไม่ต้องคิดค่าเช่า

หากใช้เป็นสถานประกอบการ ควรที่จะคิดค่าเช่าตามอัตราตลาด เพราะแนวทางการพิจารณาของกรมฯ มีแนวโน้มที่จะประเมินเป็นเงินได้ของกรรมการ กรณีให้ใช้ฟรีโดยไม่คิดค่าเช่า

3. เงินได้ค่าลิขสิทธิ์ จะมีภาษีที่เกี่ยวข้องดังนี้

1. ภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยนำรายได้ค่าลิขสิทธิ์มารวมคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล

2. ภาษีมูลค่าเพิ่ม จากค่าลิขสิทธิ์ ต้องแยกเป็น 2 กรณี

2.1 บริษัทต่างประเทศใช้ลิขสิทธิ์ในต่างประเทศ ถือเป็นการให้บริการที่ทำในประเทศ และใช้บริการนั้นในต่างประเทศ จะได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ป. 104/2544 ข้อ 8

ข้อ 8   การให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศตามข้อ 7 หมายความว่า การกระทำใด ๆ อันอาจหาประโยชน์อันมีมูลค่าซึ่งมิใช่เป็นการขายสินค้าตามมาตรา 77/1(10) แห่งประมวลรัษฎากร

กรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนไ ด้ให้ผู้ประกอบการหรือบุคคลใดในต่างประเทศได้ใช้สิทธิในสิทธิบัตร ได้ใช้กู๊ดวิลล์ ได้ใช้เครื่องหมายการค้า ได้ใช้ลิขสิทธิ์ ได้ใช้สัมปทาน ได้ใช้ค่าสิทธิ หรือได้ใช้สินค้าที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน โดยผู้ประกอบการจดทะเบียนยังคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์สิทธิในสิทธิบัตร กู๊ดวิลล์ เครื่องหมายการค้า ลิขสิทธิ์ สัมปทาน ค่าสิทธิ หรือสินค้าที่มีลักษณะทำนองเดียวกัน ไม่ถือเป็นการขายสินค้าที่ไม่มีรูปร่างตามมาตรา 77/1(8) และมาตรา 77/1(9) แห่งประมวลรัษฎากร แต่ถือเป็นการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักร และได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศตามมาตรา 77/1(10) มาตรา 77/5 และมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร

2.2 บริษัทต่างประเทศใช้ลิขสิทธิ์ในประเทศไทย ถือเป็นการให้บริการที่ทำในประเทศไทย และใช้บริการในประเทศไทย ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 7%

แต่ข้อมูลแจ้งว่า ได้ออกแบบให้กับบริษัทต่างชาติ โดยบริษัทต่างชาติได้นำแบบนั้นมาใช้ว่าจ้างโรงานผลิตในประเทศผลิตสินค้าตามแบบ เป็นการให้บริการในประเทศและใช้บริการนั้นในประเทศ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่มอัตรา 7% คงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงของการให้ใช้สิทธิ์ประกอบการตัดสินใจ

การขายโปรแกรมคอมพิวเตอร์ หากลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ยังเป็นของบริษัทฯ ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ จึงเป็น การให้ใช้ลิขสิทธิ์ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เข้าลักษณะเป็นการให้บริการตามมาตรา77/1(10) แห่งประมวลรัษฎากร อยู่ในบังคับ ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ตามมาตรา 77/2 แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งความรับผิดในการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระ ราคาค่าบริการตามมาตรา 78/1 แห่งประมวลรัษฎากร

กรณีบริษัทฯ ขายโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตาม 1. ให้กับผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยจัดส่งผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต เข้าลักษณะเป็นการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวล รัษฎากร เมื่อบริษัทฯ ได้ปฏิบัติตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 105) เรื่อง กำหนดประเภท หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขกรณีการให้บริการที่กระทำในราชอาณาจักรและได้มีการใช้บริการนั้นในต่างประเทศ ตามมาตรา 80/1(2) แห่งประมวลรัษฎากร ลงวันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2543 บริษัทฯ ได้รับสิทธิเสียภาษีมูลค่าเพิ่มในอัตราร้อยละ 0 กค 0702(กม.05)/3655 วันที่: 1 มิถุนายน 2553

สำหรับเอกสารที่เกี่ยวข้องในการรับรู้รายได้ และนำส่งภาษีต่างๆ ที่ควรมีคือ

  1. สัญญาให้ใช้ลิขสิทธิ์ กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับเงื่อนไขการอนุญาตให้ใช้สิทธิ
  2. รายงานสรุปยอดการผลิตสินค้าจากโรงงาน
  3. ใบแจ้งหนี้ และใบเสร็จรับเงิน
  4. หลักฐานการรับชำระค่าบริการ

4. เงินได้แต่ละประเภทจะพิจารณาจากรายละเอียดของงานที่ก่อให้เกิดเงินได้ ซึ่งค่าที่ปรึกษาที่ได้รับเป็นเงินได้ตามมาตรา 40 (2)  ต้องนำมารวมกับเงินได้มาตรา 40 (1) หักรายจ่ายเป็นการเหมาได้ 50% ไม่เกิน 100,000 บาท

แม้ผู้มีเงินได้จะเป็นพยาบาลแต่เงินค่าตอบแทนที่ได้รับ ไม่ใช่เงินได้จากการประกอบวิชาชีพอิสระ นอกจากนี้การประกอบวิชาชีพโรคศิลปะที่จะเป็นเงินได้มาตรา 40 (6) จะต้องเป็นเงินได้จากการเปิดสถานพยาลรับรักษาคนไข้โดยตรง เช่นคลินิก

หากเป็นการประกอบวิชาชีพพยาบาล เช่น ตรวจรักษาคนไขให้กับบริษัทต่างๆ ที่ว่าจ้างโดยได้รับเงินจากบริษัท จะเป็นเงินได้มาตร  40 (2) เช่นกัน

หวังว่าคำตอบจะเป็นประโยชน์

ด้วยรัก
มิตรทอง
 

 

คำนวณภาษีและค่าธรรมเนียมจากการขายอสังหาริมทรัพย์ล่วงหน้าได้ง่ายๆ กับ 
#Property Tax Free# 
โหลดฟรี http://www.bis-online.com/download