รายจ่ายเพื่อการลงทุน

เรียนถามอาจารย์ครับ

เรื่องความแตกต่างระหว่างการซื้อทรัพย์สินที่คิดค่าเสื่อมราคา กับ รายจ่ายต้องห้ามเรื่องรายจ่ายลงทุน ม 65 ตรี (5)

ถ้าผมลงทุนซื้อทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน สร้างอาคาร ซื้อเครื่องจักร ผมเข้าใจว่าก็คิดค่าเสื่อมราคาตามเกณฑ์ได้ปกติซึ่งค่าเสื่อมราคาก็คือค่าใช้จ่ายที่เอาไปคำนวณกำไรทางภาษีได้

แต่ในเคสรายจ่ายต้องห้ามเรื่องรายจ่ายลงทุน ซึ่งต้องเอาไปบวกกลับไม่สามารถคิดเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีได้ผมเลยสงสัยว่าแล้วกรณีไหนถึงจะถือว่าเป็นรายจ่ายต้องห้ามในกรณีนี้ครับ?

ในเอกสารประกอบการเรียนบอกว่าเป็นค่าใช้จ่ายต่อเติมเปลี่ยนแปลงทำให้ทรัพย์สินดีขึ้น พอจะมีตัวอย่างมั้ยครับว่ามันต่างกับการที่ผมซื้อเครื่องจักรที่รุ่นใหม่ขึ้นดีขึ้นยังไง หรือในกรณีผมเอาเครื่องจักรที่มีอยู่แล้วไปอัพเกรดให้ใช้งานได้ดีขึ้น หรือว่าถ้าผมทาสีอาคารใหม่แทนของเก่าที่เก่าแล้ว  หรือทำ interior ห้องใหม่ให้ดีขึ้นแบบนี้จะอยู่ในเคสไหนครับ

ขอบคุณครับ

ประเด็นที่สอบถามต้องแยกเป็น 2 เรื่องระหว่าง

1. รายจ่ายเพื่อการซ่อมแซม

2. รายจ่ายเพื่อการลงทุน เปลี่ยนแปลง ทำให้ดีขึ้น ซึ่งทรัพย์สิน

ซึ่งทั้งสองกรณีจะมีประเด็นเกี่ยวกับการหักรายจ่ายในการคำนวณภาษีได้แตกต่างกัน ซึ่งแตกต่างจากรายจ่ายเกี่ยวกับการซื้อทรัพย์สิน ไม่ว่าจะเป็น เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องไม้ อาคารสำนักงาน ถือเป็นรายจ่ายเพื่อการลงทุน มีอายุการใช้ประโยชน์ได้มากกว่า 1 ปี จึงต้องนำมูลค่าทรัพย์สินมาคำนวณหักค่าเสื่อมราคาและสึกหรอก กรณีการซื้อทรัพย์สินนี้จึงไม่ค่อยจะมีประเด็นปัญหาในทางปฏิบัติแต่อย่างใด

ประเด็นที่มักจะมีปัญหา มักจะเป็นเรื่องรายจ่ายเกี่ยวกับการซ่อมแซม ซึ่งหลายคนคิดว่าจะต้องเป็นรายจ่ายที่เป็นเงินจำนวนไม่มาก จึงจะนำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีได้ทั้งจำนวน หากเป็นการจ่ายเงินเพื่อซ่อมแซมจำนวนมากๆ จะต้องนำไปรวมเป็นทรัพย์สินและคิดค่าเสื่อมราคาฯ แต่ในหลักการด้านภาษีไม่ได้ให้น้ำหนักเกี่ยวกับจำนวนเงิน แต่ให้น้ำหนักเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ หรือการจ่ายเงินที่เป็นการทำให้ทรัพย์สินดีขึ้น หรือเป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิมสามารถใช้งานได้เหมือนเดิมเป็นหลัก ซึ่งระบุใน มาตรา 65 ตรี (5) ดังนี้

มาตรา 65 ตรี รายการต่อไปนี้ ไม่ให้ถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิ

(5) รายจ่ายอันมีลักษณะเป็นการลงทุน หรือรายจ่ายในการต่อเติมเปลี่ยนแปลงขยายออกหรือทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน แต่ไม่ใช่เป็นการซ่อมแซมให้คงสภาพเดิม

จากมาตราดังกล่าวสรุปเงื่อนไขหลักๆ ที่จะทำให้รายจ่ายที่กิจการจ่ายไปเป็นรายจ่ายเพื่อการลงทุน จะต้องเข้าเงื่อนไขดังนี้

1. รายจ่ายในการต่อเติม (Addition)

2. รายจ่ายในการเปลี่ยนแปลงสภาพทรัพย์สิน (Alteration)

3. รายจ่ายในการขยายออกซึ่งทรัพย์สิน (Extension)

4. รายจ่ายในการทำให้ทรัพย์สินดีขึ้น (Betterment)

ตัวอย่างรายจ่ายเพื่อการต่อเติม เปลี่ยนแปลง ขยายออก ทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน เช่น

1. เปลี่ยนเครื่องยนต์รถจาก 1,600 ซีซี เป็น 2,000 ซีซี ถือเป็นการทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน

2. ต่อเติมอาคาร โดยขยายพื้นที่ ทำห้องเพิ่มเติม ปรับเปลี่ยนโครงสร้าง ถือเป็นการขยายออก ทำให้ดีขึ้นซึ่งทรัพย์สิน

ถือเป็นรายจ่ายเพื่อการลงทุน ต้องนำมูลค่ามารวมเป็นทรัพย์สินแยกต่างหาก เพื่อคิดค่าเสื่อมราคาและสึกหรอ จะหักรายจ่ายทั้งจำนวนเหมือนกรณีการซ่อมไม่ได้

ตัวอย่างรายจ่ายเกี่ยวกับการซ่อมแซม เพื่อให้ทรัพย์สินที่ชำรุดเสียหายสามารถใช้งานได้ตามสภาพ เช่น 

1. นำรถยนต์เข้ารับการซ่อมบำรุง เปลี่ยนอะไหล่ โดยอะไหล่ที่เปลี่ยนเป็นรุ่นเดียวกับอะไหล่ที่ชำรุดเสียหาย เปลี่ยนไปแล้วไม่ได้ทำให้กำลังเครื่องแรงกว่าเดิม

2. ซ่อมแซมอาคารที่ชำรุดเสียหาย ให้กลับมาอยู่ในสภาพก่อนชำรุด เช่น โบกปูน ทาสี ให้กลับมาเป็นสภาพดังเดิม ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ต่อเติม โครงสร้างให้แข็งแรงกว่าเดิม

รายจ่ายข้างต้น สามารถนำไปหักเป็นรายจ่ายได้ทั้งจำนวน

สำหรับคำถามแยกเป็นเรื่องๆ ตามข้อมูลที่เกี่ยวข้องดังนี้

1. การนำเครื่องจักรไป Upgrade หากทำให้ประสิทธิภาพของเครื่องจักรดีขึ้นกว่าเดิม จะเข้าเงื่อนไขรายจ่ายเพื่อการลงทุน สามารถนำมูลค่าของการ Upgrade แยกเป็นทรัพย์สิน และคิดค่าเสื่อมราคาฯ ได้

2. การทาสีอาคาร เป็นรายจ่ายเพื่อการซ่อมแซม เพราะการทาสี ไม่มีผลต่อสภาพการใช้งานอาคาร ทำให้ดีขึ้น หรือมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น

3. การออกแบบ หากมีการตกแต่ง ต่อเติม ทำให้ทรัพย์สินมีสภาพดีขึ้น รวมถึงทำให้มีประโยชน์ใช้สอยเพิ่ม ควรแยกเป็นทรัพย์สินและคิดค่าเสื่อมราคาฯ 

หวังว่าคำตอบจะเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณานำไปปรับใช้นะครับ

ด้วยรัก
มิตรทอง

 

คำนวณภาษีและค่าธรรมเนียมจากการขายอสังหาริมทรัพย์ล่วงหน้าได้ง่ายๆ กับ 
#Property Tax Free# 
โหลดฟรี http://www.bis-online.com/download